Gold Spot

  ตลาดทองคำ เป็นตลาดการลงทุนที่มีผู้ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำไปทั่วโลก ด้วยแนวความคิดที่ว่า ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่สามารถใช้ป้องกันความเสี่ยง หรือ การด้อยค่าของเงินสกุลต่างๆทั่วโลก ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะหลังจากปี 2005 เป็นต้นมา

 
 
 
    การลงทุนในทองคำสามารถทำได้หลากหลายวิธ๊ เช่น
  • การลงทุนในทองคำแท่ง
  • การลงทุนในเหรียญทอง
  • การลงทุนในกองทุนทองคำ
  • การลงทุนในหุ้นเหมืองทองคำ
  • การลงทุนในตราสารทองคำ
    การลงทุนในทองคำที่ผมเห็นว่าน่าสนใจ คือ การลงทุนใน Gold Spot Market ซึ่งถึอเป็นรูปแบบหนึ่งของการลงทุนที่ใช้ทุนไม่สูงมากนัก แต่ให้ผลตอบแทนได้สูงเป็นหลายเท่าตัวในเวลาสั้น แต่ผู้ลงทุนต้องมีความรู้ความเข้าใจ และมีแผนการลงทุนที่มีประสิทธิภาพ
 
    Gold Spot เป็นการลงทุนในลักษณะของการซื้อขายทองคำบริสุทธิ์ 99.9% โดยมีหน่วยการซื้อขายเป็นมาตรฐาน เรียกว่า Lot ดังรายละเอียดต่อไปนี้
      ทองคำ 1 troy oz. = ทองคำ 31.104 กรัม
ทองคำ 1 standard Lot = ทองคำ 100 troy oz.
     ทองคำ 1 mini Lot = ทองคำ 10 troy oz.
 
    สมมุติว่าราคาทองคำอยู่ที่ $1800 ต่อ 1 troy oz. ดังนั้นการซื้อขายทองคำ 1 standard Lot จะมีมูลค่าถึง $180,000 นับว่าเป็นเงินที่สูงมากสำหรับบุคคลทั่วไปในการลงทุน แต่การลงทุนในตลาด Gold Spot นั้นเราไม่จำเป็นต้องใช้เงินมากขนาดนั้น เนื่องจากมีการ ให้ Leverage (หรือ margin) ในการลงทุน ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะให้ 1:50 leverage นั้นคือ การลงทุนในทองคำ 1 standard Lot จะใช้เงินลงทุนเพียง $180,000/50 = $3,600 เท่านั้นเอง ที่นี้ลองมาดูกันกว่าเงินลงทุน $3,600 จะทำให้เรากำไร/ขาดทุนเท่าไร เมื่อราคาทองเปลี่ยนไป $10
    สมมุติว่าเราซื้อทองคำ 1 standard Lot ที่ราคา $1800 แล้วราคาทองคำเพิ่มขึ้น เป็น $1810 นั้นหมายถึง มูลค่าทอง 1 standard Lot เพิ่มขึ้นจาก $180,000 เป็น $181,000 ดังนั้นการซื้อทองคำ 1 standard Lot ครั้งนี้ เราได้กำไร $1,000 จากเงินลงทุน $3,600  หรือ 27.78% ในการลงทุนครั้งนี้ 
    ทำนอง เดียวกัน ถ้าราคาทองคำลง $10 มูลค่าทองคำ 1 standard Lot จะลดลงจาก $180,000 เป็น $179,000 หรือ ขาดทุน $1,000 จากเงินลงทุน $3,600 ในครั้งนี้   (คิดง่ายๆ ว่า กำไร/ขาดทุน $100 ต่อ การขึ้นลงของราคาทองทุกๆ $1 นั้นเอง)
 
    แต่ถ้าเรามีเงินทุนน้อย เราสามารถเลือกการลงทุนในขนาดที่เล็กลง คือ mini Lot นั้นหมายถึงการใช้เงินลงทุนน้อยลง 10 เท่า แต่ผลกำไร/ขาดทุน ก็จะลดลง 10 เท่าด้วย สำหรับราคาทอง ที่ $1800 และ leverage 1:50 จะใช้เงินลงทุน เพียง $360 ต่อ 1 mini Lot และมีผลกำไร/ขาดทุน $10 ต่อการขึ้นลงของราคาทองทุกๆ $1
 
    ความน่าสนใจของการลงทุนใน Gold Spot มีอยู่ 2 ประการ คือ
  1. ราคา ทองคำมีการเคลื่อนไหว ประมาณ $10-50 ต่อวัน และสามารถทำการซื้อ-ขายได้ตลอด 24 ชั่วโมงในหนึ่งวัน 5 วันในหนึ่งอาทิตย์ (จันทร์-ศุกร์) นั้นคือเราสามารถทำกำไร ได้สูงถึง $100-$500 ต่อวัน สำหรับ mini Lot ด้วยเงินลงทุนเพียง $360
  2. เราสามารถทำกำไร ในขณะที่ราคาทองลดลง โดยการเปิดสถานะด้วยการขายก่อน แล้วปิดสถานะด้วยการซื้อคืนในขณะที่ราคาทองลดต่ำลง
    จากที่กล่าวมาจะเห็นว่าการลงทุนใน Gold Spot นั้นเราสามารถทำกำไรได้ทั้งในขณะที่ราคาทองคำเป็นขาขึ้น และ ขาลง โดยมีผลกำไรต่อ การลงทุนที่สูงมาก ในระยะเวลาอันสั้น แต่ที่ต้องระวังคือ อัตราส่วนการทำกำไร และ การขาดทุน มีสูงเท่าๆ กัน ดังนั้น เราสามารถขาดทุนอย่างรวดเร็ว ถ้าเราไม่มีความรู้ความเข้าใจในการลงทุนที่ดีพอ และ ไม่มีแผนการลงทุนที่เหมาะสม
 
    สิ่งที่น่าเสียใจเป็นอย่างมากคือ การลงทุน Gold Spot ในบ้านเราเองยังถูกจำกัดอยู่ในวงแคบๆ เนื่องจากยังไม่มีตลาดเปิดโดยตรงในบ้านเรา จะมีก็เพียงแค่ Gold Future ที่ดูเหมือนจะคล้ายกัน แต่ก็มีความแตกต่างอยู่ที่ gold future จะมีการหมดอายุของสัญญา และ ราคา premium ของ Gold Future ก็จะแตกต่าง จาก ราคา Gold Spot ขึ้นอยู่กับช่วงอายุของสัญญา
 
    การลงทุนใน Gold Spot ในบ้านเราจึงต้องทำกับ broker ที่ยอมให้เราเข้าถึง ตลาดทุนต่างประเทศ ซึ่งก็มีอยู่ ไม่กี่รายในบ้านเรา หรือ ต้องไปเปิดบัญชีกับ broker ต่างประเทศ ซึ่ง ถึงแม้กฏหมายการลงทุนในบ้านเราจะยังไม่สนับสนุน แต่ก็ไม่มีข้อห้ามอันใดในการลงทุนในรูปแบบนี้ในปัจจุบัน

วิธีลงทุนในทองคำ(คำแนะนำ)

 

การลงทุนในทองคำ


เป็นกระแสที่นักลงทุนส่วนใหญ่ให้ความนิยมเป็นอย่างมาก โดยนักลงทุนสามารถลงทุนได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม ด้วยเหตุผลที่มีอย่างมากมายที่สามารถดึงดูดนักลงทุน เช่น การปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาทองคำตามสถิติตั้งแต่ปี 2001 ราคาทองคำได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 150% ความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นจากกำลังการผลิตที่ลดลง ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยที่ทำให้ราคาทองปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องใน ช่วงที่ผ่านมา แม้ว่าขณะนี้ราคาทองจะปรับตัวลดลงก็ตาม ความนิยมในการลงทุนก็มิได้ลดน้อยลงเลย บทความนี้ก็อยากจะพูดทั้ง 2 มุมมองของการลงทุนในทองคำไม่ว่าทางตรงโดยการซื้อทองคำแท่งเอง และการลงทุนโดยอาศัยความชำนาญของผู้บริหารกองทุน

1. การลงทุนโดยตรง


นักลงทุนส่วนใหญ่แล้วจะนิยมซื้อทองคำแท่ง หรือทองรูปพรรณมาเก็บไว้ ช่วงที่ผ่านมาราคาขึ้นแรงๆ คนก็เอาไปขาย บางช่วงที่ราคาปรับลดลง คนก็ไปซื้อเก็บไว้เพื่อเก็งกำไร การที่นักลงทุนจะตัดสินใจซื้อหรือขายนั้น ผมอยากแนะนำให้ท่านได้ติดตามสถานการณ์และปัจจัยต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อราคาทองคำด้วย เช่น ในช่วงที่ผ่านมาราคาทองปรับตัวสูงขึ้นเพราะอะไร เราก็ต้องไปดูและศึกษาว่า Demand และ Supply นั้นสะท้อนให้เห็นถึงมูลค่าหรือราคาจริงของทองคำไหม หรือเป็นเพราะเกิดจากการเก็งกำไรของ Hedge Fund อย่างที่ผ่านมาไม่กี่เดือน ตัวอย่างที่ผ่านมาสำหรับสถานการณ์การซื้อขายทองคำในช่วงสงกรานต์ จะเห็นได้ว่าความต้องการซื้อทองคำปรับตัวลดลง ซึ่งเป็นผลมาจากราคาทองคำที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวเพิ่มขึ้น ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น และอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นตามด้วอย่างไรก็ดี การลงทุนในทองคำก็ถือเป็นการลงทุนที่ใช้ในการลดผลกระทบจากเงินเฟ้อได้ เนื่องจากถ้าเรามองราคาทองคำระยะยาวแล้ว ทองคำก็ยังคงมีมูลค่าสูงอยู่ดี แม้ปรับลดด้วยอัตราเงินเฟ้อแล้วก็ตาม

2. การลงทุนผ่านกองทุนรวม


ซึ่งถือเป็นการอาศัยความเชี่ยวชาญของ บลจ. ต่างๆ ซึ่งเท่าที่มีอยู่ในตอนนี้ เช่น TMB Gold Fund, ING Golden Star link, BT FIF Golden link เป็นต้น อย่างที่เราทราบกันดี การลงทุนในกองทุนรวมมีขั้นตอนในการตัดสินใจพิจารณาหามูลค่าของการลงทุนนั้นๆ ก่อนตัดสินใจซื้อหรือขาย โดยกลยุทธ์การซื้อขายของกองทุนเท่าที่ผมเข้าใจ จะใช้การบริหารเชิงรับ (Passive Investment Strategy) โดยเป็นการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศอีกที ฉะนั้นการลงทุนประเภทนี้ก็ถือเป็นกองทุน FIF อย่างหนึ่ง ถ้าถามว่าปัจจัยใดที่มีผลกระทบต่อเงินลงทุนของกองทุนประเภทนี้ คำตอบคือความผันผวนของราคาทองคำ รวมถึงอัตราแลกเปลี่ยน โดยสามารถแบ่งออกเป็น 2 ความเสี่ยงด้วยกัน

1) ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงราคาทองคำ (Price Risk) 


หมายถึง โอกาสที่ราคาทองในตลาดโลกจะเพิ่มสูงขึ้นหรือลดต่ำลงในช่วงระยะเวลาสั้นๆ หรือระยะยาวในบางครั้ง เช่น ในช่วงที่ธนาคารกลางของประเทศต่างๆ ขายเงินทุนสำรองที่เก็บในทองคำออกมาในตลาด จนทำให้ราคาทองในตลาดโลกลดต่ำลง ทั้งนี้ หากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นจะส่งผลกระทบต่อกองทุน เนื่องจากมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุนมีการเปลี่ยนแปลงตามราคาทองในตลาดโลก ดังนั้นหากราคาทองในตลาดโลกลดลงจะส่งผลทำให้มูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุนลดลงได้อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงของราคาทองคำมีความเป็นอิสระจากการเปลี่ยนแปลงจากการลงทุนการลงทุนในตราสารทุนหรือตราสารหนี้ ทั้งนี้ จากข้อมูลทางสถิติย้อนหลังที่ทำการศึกษาทั้งในและต่างประเทศแสดงให้เห็นว่า ผลตอบแทนของทองคำมีค่าความสัมพันธ์กับผลตอบแทนจากการลงทุนในสภาวะที่คาดว่าผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารทุนหรือตราสารหนี้มีแนวโน้มลดลง

2) ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (Currency Risk)


ความเสี่ยงที่เกิดจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนของเงินบาทเมื่อเทียบกับเงินสกุลต่างประเทศอื่น กล่าวคือ หากค่าเงินบาทมีค่าแข็งขึ้นจากวันที่กองทุนเข้าลงทุนเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์ที่เข้าลงทุนนั้น (เช่น จาก 33 บาท ต่อ1ดอลลาร์สหรัฐ เป็น 31 บาท) จะทำให้กองทุนได้รับดอกเบี้ยตามงวดและ/หรือเงินต้นเมื่อครบกำหนดของตราสารเป็นเงินบาทในจำนวนที่น้อยลง ซึ่งจะทำให้ผลตอบแทนของการลงทุนต่ำกว่าที่คาดไว้ ในทางกลับกัน หากค่าเงินบาทมีค่าอ่อนลง (เช่น จาก 33 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ เป็น 35 บาท) จะทำให้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนเมื่อคำนวณเป็นสกุลเงินบาทมากขึ้น

3. การลงทุนแบบ Gold Future


คือ สัญญาซื้อขายราคาทองคำล่วงหน้าในตลาดภายในประเทศไทย เป็นเครื่องมือที่ผู้ลงทุนสามารถใช้ เป็นทางเลือกหนึ่ง สำหรับลงทุนได้ ตามความคาดการณ์ที่มีต่อราคาทองคำได้ทั้งในภาวะราคาทองขาขึ้น และราคาทองขาลง ด้วยคุณลักษณะเด่นที่สามารถ ขายก่อนซื้อได้ หรือซื้อก่อนขายได้ และใช้เงินลงทุนน้อยกว่าการซื้อทองแท่งจริง Gold Futures จึงเป็นทางเลือกที่ น่าสนใจในการทำกำไรและกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนการเล่นตลาด Gold Future ทำการซื้อขายในตลาดอนุพันธ์ บ้านเราก็คือ TFEX นี่เอง TFEX จะเป็นคนกำหนดกฏเกณฑ์การซื้อขาย คอยจัดการดูแลให้ผู้เกี่ยวข้องในตลาด ปฏิบัติตามสัญญา ตลาดนี้มีลักษณะอีกอย่างที่เรียกว่า zero sum games นะครับ มีคนได้มีคนเสียเท่าๆกันเสมอซื้อ Gold Futures ต่างอะไรกับทองคำจริงๆบ้าง ทองคำจริง อยากซื้อเท่าไหร่ก็ซื้อได้ ซื้อแล้วเอามานอนกอดได้ ขาดทุนยิ่งต้องกอดมันไว้นานๆ แต่ซื้อทองคำ Futures จะมีคนมาสะกิดคุณทุกวันว่า วันนี้ กำไรหรือขาดทุน ยิ่งขาดทุน ยิ่งเครียด เพราะจะถูกสะกิดให้เติมเงินเข้าไปในบัญชี หากยังอยากถือไว้Gold Futures มีข้อกำหนดหลักๆ คือมันเป็นสัญญาจะซื้อ/จะขายทองคำ โดย 1 สัญญาจะเท่ากับ 50 บาท โดยการซื้อ ใช้แค่เงิน 10% เสียเงินค่าคอมมิชชั่นขั้นต้น 450 บาท + Vat 7% หรือ 481.50 บาท ตีมั่วๆง่ายๆ ก็ 500 บาทซะ ไปกลับประมาณ 1000 เท่ากับ 1 บาท คุณมีต้นทุนแล้ว 20 บาท ซึ่งยังถูกกว่าส่วนต่างของราคาสมาคม 5 เท่า (สมาคม 100 บาท) แปลว่า คุณมีโอกาสในการใช้เงินที่เคยซื้อทองคำได้แค่ 5 บาท มาซื้อทองคำ Gold Futures ได้ถึง 50 บาท และมีโอกาสทำกำไรได้มากกว่าเดิม 10 เท่า พร้อมๆกับส่วนต่างที่น้อยลงไปอีกบาทละ 80 บาทข้อดีที่ชัดๆของ Gold Futures ที่ผมเห็น คือโอกาสในการขายก่อน หรือเล่นในตลาดช่วงขาลง กรณีไม่มีของอยู่ในมือ ซึ่งทองคำของจริง หรือ KGOLD หรือ TMBGOLD ไม่สามารถทำได้ ได้แต่รออย่างเดีย แต่อย่าเพิ่งนอนใจนะครับ นั่นเป็นด้านดีที่ทำให้คนเข้าสู่ตลาดจนลืมด้านไม่ดี คือมันสามารถพาคุณขาดทุนได้เพิ่มขึ้นอีก 10 เท่าด้วยเหมือนกัน

4. การลงทุนแบบ Gold spot (แนะนำ)


Gold Spot คือ สัญญาซื้อขายราคาทองคำในตลาดโลก ที่สามารถซื้อ-ขายได้ทันที โดยผู้ลงทุนไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินทั้งจำนวน แค่วางเงินส่วนหนึ่งไว้กับโบรกเกอร์ก่อนส่งคำสั่งซื้อขายเพื่อเป็นเงินมัดจำ หรือเรียกว่า เงินหลักประกันขั้นต้น (Initial Margin)โดยที่เราจะเน้นทำกำไร จากส่วนต่างของการซื้อขายราคาทองในตลาดโลก โดยราคาทองจะมีหน่วยเป็นเงินดอลล่าร์ (USD) ต่อน้ำหนัก 1 ออนซ์ (Ounce) โดยที่ราคาทองจะวิ่งขึ้นลงตลอดทั้งวัน 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันจันทร์ ถึง วันศุกร์ โดยมีแรงซื้อขายจากตลาดทั่วโลก ซึ่งสามารถทำการซื้อขายทองคำด้วยพอร์ทลงทุนของผู้เล่นเอง และสามารถทำกำไรได้ทั้งที่ภาวะราคาทองขาขึ้นและราคาทองขาลง ด้วยคุณลักษณะเด่นที่สามารถซื้อก่อนขายหรือขายก่อนซื้อก็ได้ และใช้เงินลงทุนน้อยการเล่น Gold spot สามารถทำการเล่นโดยผ่านโปรเกอร์ (Broker) หรือบริษัทตัวแทนการซื้อขาย ของท่างต่างประเทศ ซึ่งสำหรับนักลงทุนทองคำชาวไทย ก็สามารถสมัครเปิดบัญชีเพื่อเทรด Gold spot กับทางบริษัทตัวแทนได้ บริษัทตัวแทนการซื้อขายที่เราแนะนำในที่นี้คือ 

Exness เป็นโบรกเกอร์ Forex(อัตราแลกเปลี่ยน) ที่สามารถลงทุนซื้อ-ขายทองคำโดยอ้างอิงราคาทองคำจากตลาดโลก เล่นได้ 2 ขา ขาขึ้นและขาลงเนื่องจากมีค่า spread(คอมมิชชั่น) ที่ค่อนข้างต่ำ การฝากเงินไม่ยุ่งยาก สามารถใช้ Internet Ibanking มี กรุงเทพ กรุงไทย ไทยพาณิชย์ กรุงศรีและกสิกรไทย หรือฝากผ่าน 7 -11 ได้และการถอนเงินก็สามารถถอนเข้าธนาคารไทยได้ทุกธนาคาร
 
โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่าถ้าเราจะลงทุนทองคำควรเลือกที่ได้ 2 ขา จะดีกว่า ไม่ว่าตลาดจะอยู่ในสภาพไหน? ขาขึ้น หรือ ขาลง เราก็ทำกำไรได้อยู่ดี!! รู้แบบนี้แล้ว จะไม่ลองสมัครเปิดบัญชีหรือครับ? หากท่านยังไม่พร้อมเปิดบัญชี ก็ลองเปิดบัญชีทดลองซื้อ-ขายได้มีเงินปลอมให้เล่น 1 แสนดอลล่า รูปแบบการซื้อ-ขายเหมือนบัญชีจริงๆแต่ต่างกันแค่เงินเป็นเงินปลอมเท่านั้น เอง รูบแบบการซื้อ-ขายจะเป็นโปรแกรมเทรด MT4 ดาวโหลดไโปรแกรมได้หลังสมัครเปิดบัญชีจริงหรือบัญชีทดลอง ซื้อ - ขาย ทองคำ คู่เงิน หุ้น สามารถส่งคำสั่งซื้อ - ขาย ได้ 24 ชั่วโมง จันทร์ - ศุกร์
 

ทองคำ XAUUSD



สถานที่ เก็บทองคำ มากที่สุดในโลก ( World's Largest GoldVault) 

Federal Reserve Bank หรือ ที่รู้จักกันในชื่อสั้นๆว่า เฟด ( Fed ) คือ ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา และที่เฟคสาขานิวยอร์ค คือ สถานที่ เก็บทองคำ มากที่สุดในโลก มากขนาดไหนหรือก็ 10% ของปริมาณทองคำสำรองของทั้งโลก
         รายละเอียด เกี่ยวกับ ทองคำ และ เฟด สาขา นิวยอร์ค 
* รายงานอย่างเป็นทางการในปี 1927 ปริมาณทองคำที่เก็บไว้ที่นี้มีมากถึง 10% ของปริมาณทองคำสำรองของทั้งโลก ส่วนปริมาณ ณ ปัจจุบัน ไม่เป็นที่เปิดเผย
* แต่คาดว่าน่าจะมีปริมาณทองคำเก็บอยู่ประมาณ 8,000 ตัน มูลค่าประมาณ 256,000,000,000 เหรียญสหรัฐ
* ทองคำทั้งหมดไม่ใช่ของ เฟค แต่ เฟคเป็นเพียงผู้ดูแล ซึ่งทองคำเหล่านี้เป็นของ รัฐบาลของกว่า 48 ประเทศ ทองคำของธนาคารกลางแต่ละประเทศ และองค์กรนานาชาติต่างๆ



  ตลาดสหรัฐ  เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดและทรงอิทธิพลในการเปลี่ยนแปลงของราคาทองมากที่สุด  ราคาทองขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจของสหรัฐ  ปัจจัยที่ทำให้ราคาทองคำขึ้นหรือลง มีหลากประการเช่น                  ความต้องการทองคำเพื่อการลงทุนเพิ่มขึ้นนั้น มีปัจจัยหลักมาจากสาเหตุดังต่อไปนี้

         1) ราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้น และอัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น ทำให้นักลงทุนหันมาถือครองทองคำมากขึ้น เพราะทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ราคาไม่ลดลงเมื่อเงินเฟ้อสูงขึ้น

         2) สถานการณ์ความไม่สงบทางการเมืองในในประเทศที่ผลิตและส่งออกน้ำมันไม่ปกติ   ทำให้นักลงทุนหันมาถือทองคำแทน เพราะทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มั่นคงที่สุด

         3) ค่าเงินเหรียญสหรัฐฯ ที่อ่อนตัวลง ทำให้นักลงทุนหันมาถือครองสินทรัพย์ที่มีความมั่นคง


        การ กำหนดราคาทองคำไทย( XAUUSD ) จึงขึ้นอยู่กับราคาทองคำในต่างประเทศเป็นหลัก เนื่องจากทองคำส่วนใหญ่เป็นการนำเข้า และอีกปัจจัยที่มีผลต่อราคาทองคำอีกประการหนึ่งคือ อัตราแลกเปลี่ยน อัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่าขึ้น ทำให้ราคาทองคำในประเทศอ่อนตัวลงบ้าง แต่อย่างไรก็ดี ผลจากการแข็งค่าขึ้นของเงินบาทยังน้อยกว่าการเพิ่มขึ้นของราคาทองคำในตลาด โลก




Visitors: 26,819