รูปแบบกราฟ

รูปแบบกราฟ (Chart Patterns)
Chart Pattern จะมี 2 ประเภท ได้แก่

1. รูปแบบ การกลับตัว( reversal)

1.1  รูปแบบ Head and Shoulders

รูป แบบ Head and shoulders เป็นรูปแบบหนึ่งของรูปแบบการกลับตัวที่น่าเชื่อถือที่สุด และ เทรดเดอร์   หลาย ๆ คนใช้ มันเป็นรูปแบบการกลับตัวที่เกิดขึ้นเมื่อเทรนด์ขาขึ้นนั้นหมดแรง
และ เตรียมที่จะเกิดการกลับตัว รูปแบบนี้จะเกี่ยวกับ ราคา สูงสุด 3 จุด ซึ่งจุดสูงที่สุดอยู่ตรงกลาง และไม่สามารถที่จะทาจุดสูงสุดครั้งใหม่ในครั้งที่สามได้ (right shoulder)ที่ จะให้ราคาสูงกว่าครั้งที่สอง (head) สัญญาณนี้บอกถึงการอ่อนตัวของเทรนด์ขาขึ้น รูปแบบี้จะสมบูณณ์ เมื่อราคาปิด ปิดต่ากว่าเส้นเทรนด์ไลน์ ( neckline)
ซึ่ง เชื่อมระหว่างจุดต่าสุดของราคาหลักจาก ที่เกิดราคาสูงสุดครั้งแรก (left shoulder) และจุดสูงสุดครั้งที่สอง (head) คุณสามารถคานวณราคาขั้นต่าที่มันจะตกลงไปได้ซึ่ง จะทำได้เมื่อรูปแบบการกลับตัวเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบแล้วการจะคานวณต้องหา ระยะห่างระว่าง หัวและ เส้น neckline หักด้วย ค่าจากระดับที่ Neckline นั้นทะลุไปซึ่ง เราต้องปรับราคาขั้นต่าตามการวิเคราะห์ ทางเทคนิคโดยใช้ fibonacci retracements จากการเคลื่อนไหวของขาขึ้นก่อนหน้า เพื่อให้ได้จุดออกที่ แม่นยามากที่จุด
ราคา สูงสุดที่เป็นราคาเป้าหมาย (maximum price objective) คือจุดที่เทรนด์ก่อนหน้าก่อตัวครั้งแรกราคาของอัตราแลกเปลี่ยน บางครั้งจะกลับมาที่ จุด neckline หลักจากที่มันเกิดbreakout ไปแล้ว ซึ่งทาให้มีอัตรากส่วน Risk: Reward ที่สูงขึ้น ถ้าคุณเทรดแบบนี้ คุณสามารถตั้งจุดทากาไรที่จุด ราคา ขั้นต่าที่จะไปได้ และ ตั้ง Stop loss ที่เหนือเส้น Neck lineเพียง นิดหน่อย  รูปแบบ head and shoulders ที่เกิด ณ ราคาต่าสุดของตลา เรียกว่า inverse head and shoulders ซึ่งจุดกับตัวนี้จะตรงกันข้ามของการเกิดจุดกลับตัวที่ราคาสูงสุดคุณสามารถใช้กระบวนการเดียวกันในการคำนวณ ราคาเป้าหมายขั้นต่าที่จะเกิดขึ้นซึ่งเกิดขึ้นหลังจากที่รูปแบบเกิดขึ้นสมบูรณ์แล้ว
 
1.2   Double Tops และ Bottoms 
      รูป แบบ Double tops และ bottoms เป็นรุปแบบที่เห็นได้บ่อย ซึ่งนักเทรด forex ส่วนมากจะใช้ใน การเทรดในตลาด forex Double Top จะเกิดขึ้นจาก ราคาสูงสุดสองครั้งใน ระดับที่ใกล้เคียงกัน รูปแบบนี้ จะสมบูรณ์เมื่อราคาของอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ต่ากว่า จุดต่าสุดของราคาที่อยุ่ระหว่าง จุดสูงสุดทั้งสองนั้น เทคนิคการวัด รูปแบบ Double topนี้ก็ใช้วิธีการคล้าย ๆ กันกับ รูปแบบ head and  shoulders หาจุดสูงสุดของรูปแบบราคา โดย เอาราคาต่าสุดระหว่างจุดต่าสุดลุดสูงสุดลบกัน และ หาระยะห่างจากระดับที่เกิดการbreak out ลงไป การ คานวนราคาที่น่าจะเป็นของ Double bottom ก็คล้ายคลึงกัน คือใช้ราคาสูงสุด และราคาต่าสุด สองจุดของจุด bottom นี้ และใช้ตัวเลขที่ได้ บวก เข้าไปจากจุดbreak out รูปแบบ double top จะมีสัณญาณ ตลาดหมีชัดเจนเมื่อ จุดสูงสุด้ายขวานั้น  ต่ากว่าจุด้านซ้าย และ Double bottom จะมีรูปแบบภาวะตลาดกระทิงที่ชัดเจนเมื่อ จุดต่าสุดด้านขวา
นั้น สูงกว่าจุดต่าสุด้านซ้าย บางครั้งมันเป็นเรื่องปกติของตลาดที่จะทดสอบจุดแนวต้านถึงสองครั้ง หรือ แนวรับถึงสองครั้งในเทรนด์ขาลงก่อนที่มันจะกลับมาในเทรนด์ปกติซึ่งถ้าจะให้ดีเราต้องรอจนเกิดจุดที่สมบูรณ์แบบของการเกิด double top double bottom เสียก่อน ก่อนที่จะตัดสินใจเทรด

 
 
2. รูปแบบการเคลื่อนไหวต่อเนื่อง continuation patterns.

2.1 รูปแบบ Triangles


รูป แบบ Triangles จะเกิดขึ้นโดย เส้นเทรนด์ไลน์ สองเส้น ที่แต่ละจุดของราคานั้นแคบลง ซึ่งจะมีรูปแบบ   Triangle สามประเภท แตกต่างกันไปตามความชันของเส้นเทรนด์ไลน์ดังนี้ :

symmetrical, ascending, และ descending triangles ในรูปแบบ symmetrical triangle เส้นเทรนด์ไลน์ข้างบนจะลดหลั่นลงมาที่องศาเดียวกันกับเส้นเทรนด์ไลน์ข้าง ล่าง
ที่ จะเอียงขึ้นในองศาเดียวกัน รุปแบบราคาจะเป็น แบบ ตลาดหมีในเทรนด์ขาลง และเป็นตลาดกระทิงในเทรนด์ขาขึ้น รูปแบบ Ascending triangle เป็นรูปแบบกระทิ้ง
ทั้ง เทรนด์ขาขึ้นและในเทรนด์ขาลง รูปแบบ descending triangle จะทาให้เกิดขึ้นจาก การที่ เส้นเทรนด์ไลน์เอียงตัวลงของเทรนด์ขาขึ้นและเส้นเทรนด์ไลน์ด้านล่าง ราบเรียบ
เมื่อ ไหร่ก็ตามที่รูป แบบแท่งเทียนนี้เกิดขึ้นมันจะเป็นตลาดหมีตามมารูปแบบ triangle จะสมบูรณ์ เมื่อ ราคาของอัตราแลก เปลี่ยน ปิดอยู่ข้างนอกเส้นเทรนด์ไลน์




2.2 รูปแบบ Rectangles


รูป แบบ Rectangles จะเกิดขึ้นโดย เส้นเทรนด์ไลน์สองเส้นขนานกัน เส้นเทรนด์ไลน์บนนั้นลากผ่านจุด high ของราคาสองจุดขึ้นไป และ เส้นเทรนด์ไลน์ล่างนั้นจะลากผ่านจุดต่าสุดสองจุดขึ้นไป

บาง ครั้งรูปแบบนี้อาจจะเรียกได้ว่าเป็นรูปแบบ Trading Range รูปแบบ rectangle นั้นจะจบเมื่อราคาทะลุจุดใดจุดหนึ่งของแนวของ คุณสามารถคานวณราคาเป้าหมายของคุณขั้นต่าได้
ซึ่ง รุปแบบนี้จะเกิดเมื่อรูปแบบราคาพยายามหาระยะของการวิ่งไปมาระหว่าง 2 เส้นเทรนด์ไลน์ และระบุจุด break out การเคลื่อนไหวมากที่สุดสามารถวัดได้โดยใช้ระยะของเส้นเทรนด์ไลน์
สองเส้นแล้วบวกเข้าไปจากเส้นเทรนด์ไลน์ข้างบนหรือข้างล่าง รูปแบบ Rectangles ส่วนใหญ่จะเป็นรูปแบบ continuation patterns แต่ว่าบางครั้งก็สามารถเป็นรูปแบบการกลับตัว
reversal patterns ได้เหมือนกัน  คุณสามารถเทรดแบบ swing ภายใน รุปแบบ rectangles ได้ตราบเท่าที่มันยังเคลื่อนไหวอยุ่ภายในกรอบนั้น ให้ Sell
เมื่อราคาสัมผัสกับเส้นเทรนด์ไลน์ข้างบน และ buy เมื่อราคาสัมผัสกับเส้นข้างล่างตั้ง จุดทากาไรไว้เส้นตรงข้าม และการเล่นใด ๆ
ที่ เปิดตรงข้ามกับเทรนด์ ใด ๆ ที่เมื่อเกิด breakout แล้วควรจะออกทันทีเราสามารถใช้ Indicator ตัวอื่นช่วยในการตัดสินใจเมื่อมันเริ่มกลับทิศทาง ภายในรูปแบบ rectangle


Ideal bullish and bearish rectangles

2.3 รูปแบบ Flags และ Pennants

รูป แบบ Flags และ pennants เป็นรูปแบบที่ปกติ และ รูปแบบต่อเนื่องที่เชื่อถือได้ รูปแบบนี้จะเกิดขึ้นหลังจากที่การเคลื่อนไหวของราคารุนแรง ปกติแล้วจะเกิดในช่วงเทรนด์ที่ชัน รูปแบบ

flag คล้าย ๆ กับ small rectangle ความชัน จะเป็นทิศทางตรงกันข้ามกับเทรนด์ และ pennant นั้นเหมือน small symmetrical triangle ทั้งคู่จะมีรูปแบบที่สมบูรณ์เมื่อราคา เกิด breakout
ด้าน ใดด้านหนึ่งของเส้นเทรนด์ไล เส้นเทรนด์ไลน์ข้างบน และ เทรนด์ไลน์ข้างล่างเป็นเทรนด์ขาขึ้นและขาลงตามลาดับ คุณสามารถใช้เทคนิคการวัดเดียวกัน
ของทั้งสองรูปแบบในการหาจุดที่ราคาขึ้นหรือลงอย่างรุนแรงจากจุดแรก และหาระยะห่างจากจุดที่เกิด
 
 
 

 

หาจุดเข้าซื้อ ขาย โดย Break out
การหาจุดเข้าซื้อ ขาย โดยการใช้ แนวรับ แนวต้าน เข้ามาช่วย เมื่อทะลุ แนวต้านขึ้นไปได้ เรียกว่า break out ซื้อ เมื่อทะลุ แนวรับลงมาไปได้ เรียกว่า break out ขาย

หลังจากที่รู้การลากเส้นแนวโน้มไปแล้วเราจะ เอาการลากเส้นแนวโน้มมาผสมกับการหาจังหวะเข้าซื้อ ขายที่ปลอดภัย เริ่มแรกปลอดภัยสุด พึ่งเกิดแนวโน้มขาขึ้นแล้วมีจังหวะ
break out ทะลุแนวต้าน(อดีต)ขึ้นไปได้ เป็นจังหวะซื้อที่มักจะถูกทางเสมอๆ พึ่งเกิดแนวโน้มขาลงแล้วมีจังหวะ break out ทะลุแนวรับ(อดีต)ลงไปได้
เป็นจังหวะขายที่มักจะถูกทางเสมอ ๆ ปลอดภัยน้อยลงมา คือช่วงที่ขึ้นไปสูงและไปต่ำแล้วในแนวโน้มขาขึ้นและขาลง เรามาไม่ทันในการทะลุ(เกิดbreak out) ครั้งก่อนๆ (ตกรถ)
ไปเข้าจังหวะใกล้หมดรอบแนวโน้มของขาขึ้นขาลงนั่นต้องรู้และพิจารณาเสมอๆว่าเรามาซื้อขายสูงและต่ำเกินไปต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
โดยการเข้าเร็วออกเร็วแล้วมองหาเป้าหมาย(TP)ในอดีตที่เคยขึ้นลงไปที่ระดับราคาไหน (แนวรับ แนวต้านอดีต)
 
 
 
การใช้ แนวรับ แนวต้านในการหา stop loss วินัยเรื่องนี้ถือว่าสำคัญที่สุด

ยก ตัวอย่าง กองทุน กบข. ที่เอาเงินภาษีประชาชนไปลงทุนแล้วขาดทุนย่อยยับ ต่อให้ผู้บริหารเก่งแค่ไหนในการบริหารแต่ไม่กล้ายอมที่จะตัดขาดทุนปล่อยไป คิดว่าเดี๋ยวก็ขึ้นก็เลยเสียหายจนถึงทุกวันนี้ เพราะขาดวินัยที่จะกล้า stop loss ขาดทุนแต่ต้นๆ แล้วไปเริ่มต้นใหม่ในการบริหารเงินทุน นี้คือตัวอย่างของการไม่ยอม stop loss

การเข้าเทรดทุกครั้ง เราต้องคิดเสมอด้วยเหตุและผล ว่าเราเทรดเพราะอะไร วางแผนในเทรดครั้งนี้ยังไง เป้าหมายตรงไหน และจุดยอมรับการขาดทุนอยู่ตรงไหน
นึก เสมอว่าเข้าเทรดต้องชนะตลาด เมื่อแพ้ก็ยอมมอบตัวให้เร็ว เมื่อชนะตลาดก็รีบเก็บกำไรให้ได้ รู้ว่าตอนไหนควรอยู่เฉย ๆ ตอนไหนควรเล่นสั้น ตอนไหนควรเก็บยาว
 
 
 
 
จะเห็นว่าแค่เรารู้พื้นฐาน การลากเส้นและแนวรับแนวต้าน สามารถหาได้ทั้งจุดเข้าซื้อ ขาย เป้าหมาย จุดยอมขาดทุน 

ฝึกมองภาพกว้างให้ออก โดยไปมองที่ระยะยาว มาถึงระยะสั้น บางครั้ง 15m หาเป้าหมายไม่เจอก็ลองไปเปิดกราฟ 30m 1h 4h เพื่อหาเป้าหมาย (แนวรับแนวต้านที่เคยขึ้นลงมาก่อน)
การลากเส้นเทรนก็เช่นกันต้องรู้ว่าหลุดเทรน เปลื่ยนแนวโน้มแล้ว มองให้ออก ฝึกบ่อยๆ ยิ่งบ่อยๆ จะยิ่งง่ายขึ้นไปเอง การเทรดแต่ละครั้งนั่น ควรเล่นเป็นรอบ ๆ จะสังเกตุเห็นว่าเมื่อขึ้น
แนวโน้มที่เราลากเทรนก็ลากได้จนหลุดเทรนขาขึ้น เมื่อรู้ว่าหมดคือหมดรอบของการขึ้น เมื่อรู้ว่ารอบ sideway ลากกรอบ sideway ให้ลากที่กรอบแนวรับแนวต้านนั่นๆ
การขึ้น การลง และด้านข้าง จะเห็นว่าจะวิ่งเป็นรอบๆ ไป บางครั้งเทรดง่ายเพราะกราฟวิ่งขึ้นตาม เทรนขึ้นเทรนลง บ้างครั้งเล่นยากเพราะกราฟสวิง (sideway)

 

 

รูปแบบของ chart patterns ที่นิยมนำมาวิเคราะห์กราฟฟอเรกและหุ้น  มีเพียงไม่กี่ตัวที่เห็นได้บ่อยๆ  ลักษณะหลักๆ ของแพทเทิร์นมี 2 รูปแบบคือแบบต่อเนื่อง
และแบบกลับขั้ว
  แต่มีชื่อเรียกต่างๆ กันไปแล้วแต่ว่าจะมองเห็นเป็นรูป อะไร เช่น ปู ค้างคาว ผีเสือ เพชร และมีหลายสำนักมองรูปแบบเดียวกันเป็นชื่อเฉพาะของตนก็มี

รูปแบบต่อเนื่องที่พบเห็นได้บ่อยๆ มีดังนี้  

1.  Pennants มีสองลักษณะที่พบเห็นได้บ่อยดังนี้

bullish pennants และ bearish pennants
ดังรูปจะเห็นได้ว่า ระยะเสาFlag pole วิ่งไปเท่าใด  เป้าหมายต่อไป Potenial target มักจะวิ่งต่อไปเท่าระยะเสา  ทั้งสองลักษณะ

 

2. Flags  มีสองลัษณะที่พบเห็นได้บ่อยเช่นกัน โดยมาก Flags และ  pennants มีความต่างนิดเดียวเท่านั้น คือ Flags ช่วงที่เบรคเอาท์หรือไซด์วย์ sidewaysอยู่นั้นจะออกไปเป็นแชลเนลเล็กๆ หรือใบธงกางเต็มที่ แต่ Pennants จะมีลักษณะคล้ายใบธงสามเหลี่ยมมากกว่า

 

 

3. Rising and falling Wedges  หรือรูปลิ่ม

 

รูปแบบการต่อเนื่องของกราฟ (continue patterns) ที่ออกมาเป็นคล้ายๆ ลิ่ม   บางส่วนมีลักษณะของรูปสามเหลี่ยมชายธง  มีพฤติกรรมของกราฟที่คล้ายลัษณะของรูปแบบธง แต่ไม่มีเสา  รูป แบบต่อเนื่องแบบลิ่มนี้  กราฟจะมีความลาดชันที่แตกต่างกันบีบเป็นรูปสามเหลี่ยม   และจะวิ่งทะลุออกไปในทิศทางที่เป็นแนวโน้มเดิม  มีสองลักษณะคือ

Rising wedge คือรูปแบบต่อเนื่องที่เป็นเทรนดาวน์ Down trend หรือขาลง
Falling wedge  คือรูปแบบต่อเนื่องที่เป็นเทรนอัพ Up trend หรือขาขึ้น

 

4.  Rectangles  รูปแบบสี่เหลี่ยม เป็นรูปแบบต่อเนื่อง(continue patterns)อีกรูปแบบหนึ่ง   มีลักษณะคล้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้า  เกิดจากมีแรงจากผู้ซื้อและผู้ขายรอดูทิศทางของตลาด  หรือเกิดจากความไม่แน่ใจระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย  หรือเกิดจากแรงของอุปสงค์และอุปทานมีค่าเกือบเท่ากัน และเมื่อแนวโน้มเดิมแข็งแกร่งทำให้เกิดเป็นรูปแบบต่เนื่องรูปแบบสี่เหลี่ยม ผืนผ้า

rectangles

มีสองลักษณะเช่นกันคือ

Bullish Rectangle รูปแบบต่อเนื่องรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ากรณีอัพเทรน
Bearish Rectangle  รูปแบบต่อเนื่องรูปรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ากรณีดาวน์เทรน

5.  Triangle รูปแบบสามเหลียม

symmetrical-triangle 

แพทเทิร์นแบบสามเหลี่ยม  มีความลาดเอียงของระดับสูงสุดไปต่ำสุดของราคา  และมาบรรจบกันจนถึงจุดที่ดูเหมือนว่าเป็นรูปสามเหลี่ยม

Descending-triangle

Descending triangle คือรูปแบบต่อเนื่องจากเทรนดาวน์  เกิดจากแรงของอุปสงค์และอุปทานมีค่าเกือบเท่ากัน ทำให้มีการทดสอบแนวรับอยู่หลายรอบ และแนวต้านมีลักษณะของยอดต่ำลงมาเรื่อยในที่สุดก็สามารถฝ่าลงมาได้

ascending-traingle

Ascending triangle คือรูปแบบต่อเนื่องจากเทรนอัพ  เกิดจากแรงของอุปสงค์และอุปทานมีค่าเกือบเท่ากัน ทำให้มีการทดสอบแนวต้านอยู่หลายรอบ แต่แนวรับมีลักษณะสูงขึ้นเรื่อย และราคาก็สามารถฝ่าขึ้นไปได้ในที่สุด

ในที่นี้ขอกล่าวเพียงคร่าวๆ เกี่ยวกับรูปแบบกราฟต่อเนื่องเพียงเท่านี้ก่อน และจะมาอัพเดท เกี่ยวกับกราฟแบบกลับขั้วในตอนต่อไป  และสามารถดาวน์โหลดรูปแบบชาร์ทแพทเทิร์นมาศึกษาต่อได้ที่นี่

คลิกเพื่อดาวน์โหลด

Visitors: 29,501