Forex

Forex Trading

    การ เก็งกำไรในอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ หรือ Forex Exchange นับเป็นการลงทุนที่มีผู้ให้ความสนใจเป็นอย่างมากจากทั่วทุกมุมโลก และเป็นตลาดที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงที่สุดใลก คือ มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินสกุลต่างๆรวมกัยทั่วโลกกว่า 3 ล้านล้านเหรียญดอลล่าสหรัฐต่อวัน เนื่องจากธุรกิจต่างๆ การท่องเที่ยว ที่เกิดขึ้นทั่วโลกต่างก็เพิ่งพาตลาดแลกเปลี่ยนเงินตรากันทั้งนั้น เราจะเห็นว่าการแลกเปลี่ยนเงินในแต่ละวันจะมีอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่เท่ากัน ทำให้เกิดส่วนต่างกำไรขาดทุนขึ้น ถ้าเราเป็นนักเก็งกำไร คอยมองหาโอกาสทำการแลกเปลี่ยนเงินตรากับสถาบันการเงินต่างๆ นั้นก็เท่ากับเรากำลังเก็งกำไรในอัตราแลกเปลี่ยนแล้ว เพียงแต่ส่วนต่างอาจจะน้อยมากๆ ทำให้เราต้องใช้เงินจำนวนมากในการเก็งกำไร ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้เกิดตลาด Spot Market สำหรับค่าเงินขึ้น หลายๆคนก็ใช้ช่องทางนี้ในการเก็งกำไร บ้างก็ใช้สำหรับป้องกันความเสียงทางค่าเงินในธุรกิจของตัวเอง
 
    ที่นี้เรามาลองทำความเข้าใจกันดูว่าเราจะใช้ Spot Market ในการเก็งกำไรได้อย่างไร เริ่มจากเราต้องรู้จากสินค้าที่เราจะทำการซื้อขาย หรือค่าเงินกันก่อน ลำพังค่าเงินของประเทศใดประเทศหนึ่ง จะไม่สามารถบอกได้ว่าสูงหรือต่ำ จะต้องมีการเปรียบเทียบเสมอ ในที่นี้ผมจะขอใช้ค่าเงินยูโร (EUR) เทียบกับ ค่าเงินดอลล่าสหรัฐ (USD) สัญลักษณ์ในการเปรียบเทียบค่าเงินคู่นี้คือ EURUSD ซึ่งค่าเงินคู่นี้ถือเป็นคู่ที่มีการแลกเปลี่ยน หรือ เทรด กันมากที่สุดในโลก คือมีสัดส่วนถึงประมาณ 60% ของมูลค่าซื้อขายในแต่ละวัน
 
    EURUSD = 1.5000 หมายถึง 1 EUR มีค่าเท่ากับ 1.5 USD ค่าเงินตัวแรกในแต่ละคู่จะเป็นตัวหลักเสมอ เรียกว่าเป็น Base Currency ซึ่งจะมีค่าเป็น 1 เสมอ ในการเปรียบเทียบ ส่วนค่าเงินตัวหลัง เราจะเรียกว่า Quote Currency โดย จะเป็นตัวที่มาเปรียบเทียบบอกให้รู้ว่า Base Currency มีค่าเท่าไร   อย่างค่าเงินในประเทศเราเปรียบเทียบกับค่าเงินดอลล่าสหรัฐ จะใช้สัญลักษณ์ว่า USDTHA ในที่นี้ Base Currency คือ USD และ Quote Currency คือ เงินไทยบาท (THA), USDTHA = 30 หมายความว่า 1 USD มีค่าเท่ากับ 30 บาท
 
    ที่นี้เรามารู้จักกับคำศัพท์อีกตัวหนึ่งที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย นั้นคือ PIP (Price Interest Point) อ่านว่า ปิบ. PIP คือหน่วยย่อยที่สุดในการเคลื่อนไหวของค่าเงิน หรือค่าเงินจะเคลื่อนไหวได้น้อยที่สุดคือทีละ 1 PIP นั้นเอง โดยทั่วไปค่าเงินสกุลหลักที่มี USD เป็น Quote Currency จะถูกกำหนดให้มีทศนิยมได้ 4 ตำแหน่ง เช่น EURUSD = 1.5000 ถ้าค่าเพิ่มขึ้น 1PIP เราจะได้ EURUSD = 1.5001 ทำนองเดียวกัน ถ้าค่าลดลง 1PIP เราจะได้ EURUSD = 1.4999 แต่ถ้าUSD เป็น Base Currency เช่น USDJPY (ค่าเงินดอลล่าสหรัฐเทียบกับค่าเงินเยนของญึ่ปุ่น) ทศนิยมตำแหน่งที่สองจะระบุ PIP เช่น USDJPY ขึ้นจาก USDJPY=80.00 ไปเป็น USDJPY=80.01 อันนี้คือขึ้น 1PIP    การเคลื่อนไหวของค่าเงินในแต่ละวันอาจจะเคลื่อนไหวตั้งแต่ 30PIP ไปจนถึง 300PIP ขึ้นกับสภาพตลาด จะเห็นว่าการเคลื่อนไหวในแต่ละวันนั้นน้อยมาก เราต้องใช้เงินจำนวนมากในการเก็งกำไรจากส่วนต่างนี้โดยตรง ถึงจะได้ผลตอบแทนที่เรียกว่าเป็นชิ้นเป็นอัน
 
    ที่นี้เราลองมาดูการซื้อขายค่าเงินใน Spot Market กันดูบ้าง  การซื้อขายค่าเงินจะถูกกำหนดให้มีการซื้อขายเป็นล็อต (Lot)
1 Standard Lot = 100,000 หน่วยของ Base Currency
1 Mini Lot = 0.1 Standard Lot = 10,000 หน่วยของ Base Currency
 
    นั้นหมายถึงถ้าเราต้องการจะซื้อ EURUSD = 1.5000 เป็นจำนวน 1 Std. Lot เราต้องใช้เงินถึง 100,000 ยูโร หรือ 150,000 ดอลล่าสหรัฐ
และ ถ้าราคาเพิ่มขึ้น 1PIP หรือเมื่อ EURUSD = 1.5001 สัญญาซื้อขาย 1 Std. Lot ที่เราได้ซื้อไว้ จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็น 150,010 ดอลล่าสหรัฐ หรือ ได้กำไรมา 10 เหรียญดอลล่าสหรัฐ นั้นเอง เราสามารถจำง่ายๆว่าทุกๆ 1PIP จะให้กำไรขาดทุน $10 สำหรับ 1 Std. Lot และ $1 สำหรับ 1 Mini Lot แต่ถ้าต้องใช้เงินมากขนาดนี้ในการลงทุน คงไม่เป็นการลงทุนที่ทำให้คนทั่วโลกให้ความสนใจอย่างมากมาย แต่การลงทุนใน Spot Market มีการใช้ Leverage เข้ามาช่วย โดยใน Forex จะมีการใช้ Leverage ที่ 1:100 นั้นหมายถึง เราใช้เงินแค่ $1,500 สำหรับ EURUSD = 1.5000 จำนวน 1 Std. Lot หรือ $150 สำหรับสัญญา 1 Mini Lot
 
    ที่นี้เราลองมาดูกันว่าถ้า EURUSD ขยับ 100PIP สมมุตว่าราคา EURUSD = 1.5000 แล้วเราเปิด Buy 1 Mini Lot เราต้องใช้เงิน $150 หลังจากนั้นราคาขยับไปอยู่ที่ 1.5100 แล้วเรา Sell เพื่อปิดสัญญาที่เราซื้อไว้ เราจะได้ กำไร $100 (1PIP กำไร $1) ถือว่าได้กำไรสูงถึง 66.6% แล้วถ้าเรามาสังเกตุการเคลื่อนไหวของราคา เราจะพบว่า EURUSD เคลื่อนไหวประมาณ 100+ PIP ทุกวัน ดังนั้นโอกาสทำกำไรขนาด 50+% สามารถเกิดขึ้นได้ทุกวัน แล้วยิ่งถ้าเราสามารถสร้างกำไรจากการเคลื่อนไหวต่อเนื่องหลายๆวัน (Position Trader) ได้แล้ว การที่จะได้กำไรแบบ 100% - 1000% ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย
 
    อย่ามองแต่ด้านกำไร ทีนี้เราลองมาดูกันว่า ถ้าหลังจากเราเปิด Buy 1 Mini Lot ไปแล้ว EURUSD เกิดขยับลง แทนที่จะขึ้น นั้นหมายถึงเรากำลังถือ position ผิดทาง ผลก็คือเราจะขาดทุน โดยการคิดแบบเดียวกัน เราจะขาดทุนทุกๆ 1PIP เป็นเงิน $1 สำหรับ Mini Lot และ $10 สำหรับ Std. Lot เราจะเห็นว่า ขณะที่เราสามารถได้กำไรเร็ว แต่ถ้าผิดทาง เราก็จะขาดทุนเร็วเท่าๆกัน ดังนั้นทักษะในการควบคุมทุนของเรา และตัดการขาดทุนจะเป็นทักษะที่สำคัญมากถ้าเราต้องการประสบความสำเร็จในการลง ทุนตลาดนี้
 
    ข้อแตกต่างที่สำคัญและเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของ Spot Market คือ เราสามารถทำกำไร ได้ 2 ทาง คือ ไม่ว่า EURUSD จะขยับขึ้น หรือ ขยับลง เราก็สามารถทำกำไรได้ ถ้าเราถือ position ถูกทาง ผมได้อธิบายการได้กำไรเมื่อ EURUSD ขยับขึ้นไปแล้ว ด้วยการเปิด Buy order แล้ว Sell เพื่อปิด order นั้นๆ ทีนี้เราลองมาดูการได้กำไรเมื่อ EURUSD ขยับลงกันบ้าง เราสามารถทำได้โดยการเปิด Sell order นั้นเองครับ ใน Spot Market เราสามารถเปิด Sell order ได้เลยแม้ว่าเราจะไม่มีอะไรให้ขาย สมมุติว่า EURUSD = 1.5000 เราเปิด Sell 1 Mini Lot เราจะใช้เงินในการเปิด position เท่ากับ Buy คือ $150 หลังจากนั้น ถ้า EURUSD มีค่าลดลง 100PIP คือ EURUSD = 1.4900 แล้วเราทำการ ซื้อคืนเพื่อปิดสัญญาที่เราซื้อไว้ เราจะได้กำไร $100 หรือเราจะได้กำไรทุกๆ 1PIP เป็นเงิน $1 เช่นเดียวกัน
 
    ในทำนองเดียวกัน ถ้าเราเปิด Sell position แล้วราคา EURUSD ขยับขึ้น เราจะขาดทุนทุกๆ 1PIP เป็นเงิน $1 สำหรับ 1 Mini Lot เช่นเดียวกัน ที่นี้เพื่อนๆคงรู้จักการเก็งกำไรค่าเงิน ใน Spot Market กันบ้างแล้วนะครับ แต่อย่าเพิ่งรีบไปลงทุนเลยนะครับ ขอให้ทดลองฝึกฝน จนเข้าใจในกลไกของตลาดก่อน เนื่องจากยังมีอีกหลายๆปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น Spread, Swap rate, commission ซึ้งจะมีผลต่กตัวเลขกำไรขาดทุนของท่านในแต่ละ order.
Visitors: 31,038