(Lot) ของ Exness



  •  

    • การใช้คำสั่งซื้อหรือขาย ไม่มีข้อจำกัด ว่าคุณจะต้องถือครองนานเกิน 1 นาที หรือ 2-3 pip 
    • ถึงจะขายได้ Exness หากคุณเห็นกำไรคุณสามารถขายได้ทันที จำนวนคำสั่งซื้อไม่จำกัด
    • ยกเว้นบัญชี Cent ใช้คำสั่่งซื้อต่่อครั้งไม่เกิน 10 lot cent  
    • หากเกิดปัญหาคุณสามารถ ติดต่อ Suport Exness ได้ 24 ช.ม. ได้ทุกวันไม่เว้นวันหยุด

    ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกำไรในตลาด

  • ทำความรู้จักกับ Pips และ Lots กันก่อน

       คุณอาจจะได้เคยได้ยินคำว่า  pips และคำว่า Lots ผมจะขยายความว่ามันคืออะไรและคำนวณกันอย่างไร
       คุณ ควรใช้เวลากับเรื่องนี้มากพอสมควร มันเป็นความรู้ที่เทรดเดอร์ทุกคนจำเป็นต้องรู้ อย่าพึ่งนึกถึงเรื่องการเทรดจนกว่าคุณจะเข้าใจคำว่า pips และสามารถคำนวนกำไรและขาดทุนได้

    คำว่า Pip คืออะไร

  • โดย ทั่วไป การเพิ่มขึ้นของค่าเงินนั้นจะบอกเป็น Pip ถ้า EUR/USD เคลื่อนที่จาก 1.2250 ไปที่ 1.2251 นี่คือเคลื่อนที่ไป 1 pip  PIP คือ จุดทศนิยมตัวสุดท้ายซึ่งถูกอ้างอิงจากราคาปัจจุบันของตลาด กำหนดให้มีสี่ตำแหน่งที่ใช้กัน ในบางโบรกเกอร์อาจจะมีถึงห้าตำแหน่ง  PIP เป็นสิ่งที่บอกให้คุณรู้ว่า คุณได้กำไรหรือขาดทุน
    โดยแต่ละค่าเงินก็มี ค่างของตัวมันเอง มันเป็นสิ่งที่จำเป็นที่ต้องคำนวนค่าของ pip สำหรับค่าเงินนั้นๆ ค่าเงินที่ USD ขึ้นก่อน สามารถคำนวณได้ดังนี้

  • เช่น USD/JPY อยู่ที่ ราคา 119.80(โดยส่วนมากจะมีทศนิยมสองตำแหน่ง ) ในกรณีนี้ 1 pip เท่ากับ 0.01 
    ดังนั้น
    USD/JPY
    119.80
    0.01 หารด้วย อัตราแลกเปลี่ยน = pip value
    0.01/119.80 = 0.0000834
    ดูเหมือนกับกว่ามีตัวเลขที่เยอะมากแต่เราจะอธิบายตัวเลขนี้ในภายหลัง
    USD/CHF
    1.5250
    0.0001 หารด้วยอัตราแลกเปลี่ยน = pip value
    0.0001/1.5250 = 0,0000655

    USD/CAD
    1.4890
    0.0001 หารด้วยอัตราแลกเปลี่ยน = pip value
    0.0001/1.48990 = 0.00006715

    และในกรณีที่ US ดอลล่าร์ ไมได้อยู่เป็นตัวแรก และเราต้องการที่จะได้รับเป็นค่าของดอลล่า เราทำได้ดังนี้
    EUR/USD
    1.2200
    0.0001 หารด้วยอัตราแลกเปลี่ยน = pips value
    ดังนั้น
    0.0001/1.2200 = EUR 0.00008196
    แต่พวกเราต้องการทำให้เป็นหน่วย US ดอลล่าร์ เราจึงต้องคำนวนใหม่เป็น
    EUR คูณ อัตราแลกเปลี่ยน
    ดังนั้นจะเท่ากับ
    0.00008196 * 1.2200= 0.00009999
    เราปัดทศนิยมให้เป็นสี่ตำแหน่งจะได้เป็น 0.0001

    GBP/USD
    1.7975
    0.0001 หารด้วยอัตราแลกเปลี่ยน = pip value
    ดังนั้น
    0.0001/1.7975 =GBP 0.0000556
    แต่เราต้องการทำให้เป็นหน่วยของ US ดอลล่าร์ ซึ่งคำนวนได้ดังนี้
    GBP*อัตราแลกเปลี่ยน
    ดังนั้นจะได้เท่ากับ
    0.0000556*1.7975=0.0000998
    เราปัดเป็นทศนิยมสี่ตำแหน่งเป็น 0.0001

    สำหรับ ค่าเหล่านี้ คุณไม่ต้องคำนวนอะไร เราอยากให้ทราบถึงที่มา ว่ามันมาอย่างไร ทั้งหมดนี้ โบรกเกอร์จัดการให้คุณแบบอัตโนมัติ  มันเป็นสิ่งที่ดีที่คุณควรจะรู้ว่ามันทำงานอย่างไร

     


    Lots คืออะไร

    ในตลาด Forex เทรดเป็นจำนวน Lots (ลอต)   ขนาดมาตรฐานสำหรับ Lot คือ 100000 units (หน่วย) และมี Mini lot size (ลอตเล็กที่สุด) ที่ 10000 units เมื่อคุณรู้แล้วว่า ค่าเงินนั้นวัดค่าเป็น pips (จุด) ซึ่งเป็นการเพิ่มทีละน้อยของค่าเงินนั้น ซึ่งข้อดีของการเพิ่มทีละน้อย มันทำให้คุณสามารถเทรดได้จำนวนมากๆในแต่ละค่าเงินที่คุณเลือก และสามารถคำนวณกำไร ขาดทุนได้
    สมมติว่าเราใช้ 100000 units (Standard size) เราจะคำนวนใหม่ให้เห็นค่าของ pip value
    USD/JPY ที่อัตราแลกเปลี่ยน 119.80
    (.01 / 119.80) x 100,000 = $8.34 ต่อ pip)

    USD/CHF ที่อัตราแลกเปลี่ยน 1.4555
    (.0001 / 1.4555) x 100,000 = $6.87 ต่อ pip)

    EUR/USD ที่อัตราแลกเปลี่ยน 1.1930
    (.0001 / 1.1930) X 100,000 = 8.38 x 1.1930 = $9.99734 เมื่อได้กำไรเราจะได้ $10 ต่อ pip)

    GBP/USD ที่อัตราแลกเปลี่ยน 1.8040
    (.0001 / 1.8040) x 100,000 = 5.54 x 1.8040 = 9.99416 เมื่อได้กำไรเราจะได้ $10 ต่อ pip.)

    ซึ่งโบรกเกอร์ของคุณอาจจะมีข้อตกลงที่แตกต่างกันใน การคำนวน pip value สัมพันธ์กับ Lot size แต่ไม่ว่าสิ่งไหนก็ตามหนทางที่พวกเขาทำ พวกเขาจะต้องแจ้งให้คุณทราบ pips value ของการเทรดของคุณที่เวลานั้นๆ เป็นเท่าไร ขณะที่ตลาดมีการเคลื่อนตัว  pip value จะขึ้นอยู่กับค่าเงินอะไร ที่คุณเทรดอยู่ ณ ปัจจุบัน

     

    Standard Lot 

    ส่วนใหญ่โบรกเกอร์ทุกโบรกเกอร์ก็จะใช้  Standard Lot กับบัญชีที่มีเงินเยอะๆ  Standard Account , Classic Account , Pro Account แล้วแต่ว่าโบรกเกอร์นั้นจะตั้งชื่อ


    Standard Lot

    โดยทางเราจะอิงทศนิยม 4 ตำแหน่ง ตำแหน่งสุดท้ายของค่าเงิน การเคลื่อนที่ของราคาตัวสุดท้าย ถ้าเคลื่อนที่ไป 1 เท่ากับเคลื่อนที่ไป 1 จุด (pips)
    0.01 Lot คือ เราจะ ได้-เสีย (Profits/Loss) จุดละ 10 เซน (Cent)
    0.1 Lot  คือ เราจะ ได้-เสีย (Profits/Loss) จุดละ 1 ดอลลาร์
    1.0 Lot  คือ กำไร-ขาดทุน จุดละ 10 ดอลลาร์
    100 Lot คือ กำไร - ขาดทุน จุดละ 1000 ดอลลาร์

    Micro Lot 

    1 $=100 Cent  เกือบทุกโบรกเกอร์ จะมีบัญชี Cent (Cent Account) ให้เราได้เทรด เงินน้อยก็สามารถเทรดได้ ใช้ระบบ Micro Lot ของบัญชี Cent
    0.1 Lot Cent  คือกำไรขาดทุน จุดละ 1 เซน
    1.0  Lot Cent คือ กำไร ขาดทุน จุดละ 10 Cent
    10.0 Lot Cent คือ กำไร ขาดทุน จุดละ 100 Cent หรือ 1 ดอลล่าร์
    100 Lot Cent  คือ กำไร-ขาดทุน จุดละ 1000 Cent หรือ 10 ดอลล่าร์

    Mini Lot

    Mini Lot จะเหมือนกับ Standard Lot แต่แตกต่างกันนิดหน่อยคือ มี 0.01 เพิ่มขึ้นมาด้วย
    0.01 Lot คือ กำไร-ขาดทุน จุดละ 0.1 ดอลลาร์ หรือ 10 Cent 
    0.1 Lot  คือ กำไร-ขาดทุน จุดละ 1 ดอลลาร์
    1.0 Lot  คือ กำไร-ขาดทุน จุดละ 10 ดอลลาร์
    Leverage

    เลเวอเรจ (Leverage) คือ จำนวนเปอร์เซนที่ได้ยืมเงินจากโบรกเกอร์เพื่อทำการเปิดออเดอร์เทรด ยกตัวอย่างเช่นเมื่อคุณซื้อ 100 หุ้นในตลาดหุ้นโดยที่ราคาหุ้นละ 10 $ ต่อหุ้น คุณต้องใช้เงิน 1000$ เพื่อเปิดการเทรด บางโบรกเกอร์ให้คุณยืมเงินเพื่อเทรดสูงถึง 50-80% ของมูลค่าหุ้นทั้งหมด แทนที่คุณจะใช้เงิน 1000$ แต่คุณกลับใช้แค่ 500 $ เท่านั้น เพื่อทำการเทรด สิ่งนี้ทำให้เทรดเดอร์สามารถซื้อหุ้นได้มาก โดยใช้เงินเท่าเดิม อย่างไรก็ตามทางโบรกเกอร์ก็จะชาร์จกำไรจากการยืมของคุณ หลักการณ์นี้ก็น้ำมาใช้กับตลาดForex
    แต่โบรกเกอร์ฟอเร็กให้คุณยืมถึง 99 % ของทั้งหมดเพื่อให้คุณเปิดการเทรดและคุณก็ใช้มันเพียงแค่ 1 % เท่านั้น ถ้าคุณต้องการเทรด 1000$ คุณใช้มันเพียงแค่ 10 $ ครับ นี่คือความแตกต่างระหว่างตลาดหุ้นและตลาดฟอเร็กซ์ และตลาดฟอเร็กไม่ชาร์จกำไรจากการยืมของคุณด้วย
    เรามาดูกันเลยครับ ว่า Leverage ที่โบรกเกอร์ฟอเร็กได้กำหนดไว้มีเท่าไรบ้างโดยส่วนมากโบรกเกอร์จะ กำหนดLeverage ตั้งแต่    
    1:1
    1:2
    1:10
    1:100
    1:200
    1:400
    1:500
    1:1000 เฉพาะบางโบรกเกอร์ เท่านั้นเช่นโบรก Exness และ Instaforex 


  • ผมจะยกตัวอย่างการเทรดที่ Leverage 1:100
    สมมติว่าผมต้องการซื้อ EUR ที่ 100 units ผมจะใช้เงินของผม 1  units เท่านั้นเพื่อซื้อ EUR 100 units  ถ้าซื้อ EUR/USD ที่ราคา 1.2750  เมื่อราคาขึ้นไปถึง 1.2800 ผลต่างของราคาเท่ากับ 50 pips  ผมพอใจแล้ว ก็ทำการขาย ผมได้กำไร 50 pips
    หรืออาจจะคิดแบบนี้ สมมติว่า ต้องการซื้อ EUR ที่อัตราแลกเปลี่ยน ณ ปัจจุบัน EUR/USD =1.2750 เป็นจำนวน 100 $ ผมจึงใช้เงินของผม 1 $ บัญชีของผมเป็น Leverage 1:100 ดังนั้นผมต้องยืมโบรกเกอร์อีก 99$  เมื่อผมซื้อแล้ว ผมจะได้ EUR มา 78.43 Euro และเมื่อราคาขึ้นไป 1.2800 ผมได้ กำไร 50 pips ผมตัดสินใจขายยูโร ที่ผมซื้อมา จะได้ 78.43*1.2800=100.39 $  นี่คือกำไรของผม
    100.39 $ แต่ผมได้ยืมโบรกเกอร์มา 99 $ ทางโบรกเกอร์จะหักเงินอัตโนมัติ แล้วที่เหลือก็คือ 1.39 $ สรุปคือ ถ้าได้กำไรมา 0.39 $ จากการเทรดเงิน 1 $ เมื่อราคาเคลื่อนที่ 50 pips
    แต่ปัจจุบันนี้ ทางโบรกเกอร์กำหนดให้เราแล้ว ว่า ถ้าราคาเคลื่อนที่ไป 1 pip ถ้าเราซื้อ 1 $ เราจะได้ 0.01 $ ดังนั้นจากตัวอย่างข้างบน ได้มา 50 pips ผมจะได้เงิน 0.50$

    การเลือก Leverage และ Lot ให้เหมาะสมกับการลงทุน

    ตลาด Forex ถือเป็นตลาดที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดแห่งหนึ่ง ดังนั้นสำหรับมือใหม่ การไม่รู้อะไรแล้วเข้าเทรดด้วยความเสี่ยงสูง ๆ จึงเป็นเรื่องที่เสี่ยงมาก บางคนถนัดเล่นสั้น บางคนถนัดเล่นยาว บางคนชอบ scalp เก็บสั้น ๆ การวาง Leverage และ lot ของแต่ละระบบจึงแตกต่างออกไปตามวิธีการเทรดของแต่ละคน ส่วนตัวแล้วผมแนะนำวิธีการ
    เทรดดังนี้

    • เทรดสั้นหรือ Scalp ควรจะใช้ leverage ตั้งแต่ 1:500 – 1:1000 ขึ้นไป
    • เทรดยาว ควรใช้ Leverage ที่ 1:200 -1:500
    ส่วน lot ที่ลงนั้นเพื่อความปลอดภัยควรเทรดที่ 10% ของพอร์ตเราครับ วิธีการคิดก็คือ ให้เอา Balance หารด้วย 10000 นะครับ จะเป็นการบริหารพอร์ตที่ 10 % พอหารเสร็จจะได้ Lot ที่เราต้องเทรดสมมติว่า Balance มี  1000  จำนวน Lot ที่ต้องเทรด เท่ากับ 1000/10000= 0.1 Lot
    ลองบริหารแบบนี้ไปเรื่อยๆนะครับ ทุนเพิ่ม เราก็ค่อยเพิ่ม Lot  ครับ
  • Margin Call คืออะไร?

     

    ในเหตุการณ์ที่เงินในบัญชีของคุณลดลง จนเหลือน้อยกว่า มาร์จิ้นขั้นต่ำ (มาร์จิ้นที่คุณต้องใช้ในการถือ position) โบรคเกอร์จะทยอยปิด ออร์เดอร์ที่คุณเปิดอยู่ เพื่อป้องกันไม่ให้บัญชีคุณขาดทุนจนติดลบ โดยเฉพาะ เวลาที่ตลาด มีความผันผวนสูง คือราคามีการเคลื่อนไหวกว้าง

     

    ตัวอย่างที่ 1
    คุณเปิดบัญชีฟอร์เร็กซ์ ด้วยเงิน 2,000 เหรียญ(ไม่ใช่ความคิดที่ดี) คุณเปิดบัญชี 1 สแตนดาร์ด ลอท( 100,000 unit) ของค่าเงิน EUR/USD ซึ่งต้องใช้มาร์จิ้น 1,000 เหรียญ มาร์จิ้นที่เหลืออยู่ คุณสามารถเปิดออร์เดอร์เพิ่ม หรือ สามารถ รองรับการขาดทุนของออร์เดอร์ที่เปิดอยู่ ตั้งแต่แรกที่เปิดบัญชี 2,000 เหรียญ คุณมีมาร์จิ้น ที่สามารถ ใช้เทรดได้ 2,000 เหรียญ แต่เมื่อเทรด 1 สแตนดาร์ดลอท ซึ่งจะใช้มาร์จิ้น 1,000 เหรียญ และมาร์จิ้นที่จะเหลืออยู่ คือ 1,000 ถ้าคุณเสียมากกว่ามาร์จิ้นที่เหลืออยู่ คือ 1,000 เหรียญ คุณจะโดน margin call

     

    ตัวอย่างที่ 2
    คุณเปิดบัญชี ด้วยเงิน 10,000 เหรียญ แล้วเปิดบัญชี 1 สแตนดาร์ดลอท ของค่าเงิน EUR/USD จะต้องใช้ margin 1,000 เหรียญ มาร์จิ้นที่เหลือเป็นเงินที่สามารถใช้ในการเปิดออร์เดอร์ หรือ เอาไว้รองรับการขาดทุนจากออร์เดอร์ ที่เปิดอยู่ ดังนั้ถ้าเปิดที่ 1 standard lot ด้วยมาร์จิ้น 10,000 เหรียญ หลังจากเปิดออร์เดอร์ จะมีมาร์จิ้นเหลืออยู่ 9,000 เหรียญ เพราะ 1,000 เป็นมาร์จิ้นที่ถูกใช้ไปแล้ว ถ้าคุณเสียมากกว่ามาร์จิ้นที่เหลือ 9,000 เหรียญ คุณก็จะถูก margin call ต้องทำความเข้าใจกับความแตกต่างของ

     

     

    มาร์จิ้นที่ถูกใช้ไป (used margin) กับ มาร์จิ้นที่เหลืออยู่ (usable margin) คืออะไร

    ถ้ามูลค่ารวมของบัญชีคุณ มีน้อยกว่า มาร์จิ้นที่เหลือ เนื่องมาจากผลขาดทุนของการเทรด คุณจะต้องฝากเงินเพิ่ม หรือ ไม่เช่นนั้นโบรคเกอร์จะปิดออร์เดอร์ของคุณ เพื่อจำกัดความเสี่ยงของคุณ และความเสี่ยงของโบรคเกอร์เอง เพื่อไม่ให้ คุณเสียมากกว่าที่คุณเทรด

     

    ถ้าเทรดโดยใช้บัญชีแบบมาร์จิ้น (ยืมเงินโบรคเกอร์เล่น แบบตลาดหุ้น) มันสำคัญมากที่จะต้องเข้าใจนโยบาย เกี่ยวกับ บัญชีมาร์จิ้นให้ละเอียด

     

    ควรจะรู้ว่าโบรคเกอร์ส่วนใหญ่ จะเรียกมาร์จิ้นเพิ่มขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์ ครั้งแรกพวกเขาอาจจะให้ใช้มาร์จิ้นที่ 1 % ช่วงกลางสัปดาห์ ถ้าคุณถือ position ข้ามสัปดาห์ อาจจะต้องใช้มาร์จิ้นเพิ่มขึ้นจาก 1 % เป็น 2% หรืออาจจะ สูงกว่านั้น

     

    เรื่องของมาร์จิ้น เป็นเรื่องที่น่ารำคาญใจ และบางคนบอกว่า การใช้มาร์จิ้นเยอะเกินไปเป็นเรื่องอันตราย ขึ้นอยู่กับ ความเข้าใจของแต่ละบุคคล แต่สิ่งสำคัญที่ควรรู้คือ คุณควรจะเข้าใจเงื่อนไข หรือนโยบายเกี่ยวกับมาร์จิ้น ของ โบรคเกอร์ จะได้เข้าใจถึงความเสี่ยงที่มีอยู่ด้วยนั่นเอง

     

    บางโบรคเกอร์ได้อธิบายเกี่ยวกับการใช้ leverage ในรูปแบบของเปอร์เซ็นต์มาร์จิ้น โดยใช้หลักการธรรมดา ๆ ระหว่าง 2 แบบ คือ

     

    Leverage = 100 / เปอร์เซ็นต์มาร์จิ้น
    เปอร์เซ็นต์มาร์จิ้น = 100 / Leverage

    Leverage ส่วนใหญ่จะแสดงอยู่ในรูปแบบอัตราส่วน เช่น     100 :1   หรือ   200 : 1

  • Exness Lot Calculator

     
    Trader Calculator การคำนวณเงินที่ใช้ในการลงทุนกับ Exness Broker
     
  •  
     
     
     
  • Lot, Leverage, Margin & Pip Value

     
    อธิบายความสัมพันธ์ระหว่าง Lot, Leverage, Margin และ Pip Value โดยจะยกตัวอย่างของคู่เงิน XXX/USD และ USD/XXX และในแต่ละคู่เงิน จะให้ตัวอย่างสำหรับ Broker ที่ใช้ Lot แบบมาตราฐาน (ในที่นี้เรียกว่า Normal Broker) และ Broker ที่ใช้ Lot ในแบบของตัวเอง (ในที่นี้ใช้ InstaForex Broker เป็นตัวอย่าง)
     
    คู่เงิน XXX/USD
     
    Normal Broker: 1 Standard Lot = 100,000 unit
     
    Buy @ EUR/USD 1.3359
     
    Buy EUR 1.00 Lot = 100,000 EUR = 133,590 USD
     
    Leverage 1:1       Margin = 133,590.00 USD (133,590/1)
    Leverage 1:600   Margin =        222.65 USD (133,590/600)
     
    Sell @ EUR/USD 1.3362
     
    Sell EUR 1.00 Lot = 100,000 EUR = 133,620 USD
     
    Profit = 30 USD (133,620-133,590)
     
    Pip Diff. = 0.0003 (1.3362-1.3359)
     
    1 Pip = 0.0001
     
    Pip Value = 10.00 USD (30x0.0001/0.0003)
     
    --------------------------------------------------------------------------------
     
    คู่เงิน XXX/USD
     
    InstaForex Broker: 10 InstaForex Lot = 1 Standard Lot
                                 1 InstaForex Lot = 10,000 unit
     
    Buy @ EUR/USD 1.3359
     
    Buy EUR 1.00 Lot = 10,000 EUR = 13,359 USD
     
    Leverage 1:1       Margin = 13,359.00 USD (13,359/1)
    Leverage 1:600   Margin =        22.27 USD (13,359/600)
     
    Sell @ EUR/USD 1.3362
     
    Sell EUR 1.00 Lot = 10,000 EUR = 13,362 USD
     
    Profit = 3 USD (13,362-13,359)
     
    Pip Diff. = 0.0003 (1.3362-1.3359)
     
    1 Pip = 0.0001
     
    Pip Value = 1.00 USD (3x0.0001/0.0003)
     
    --------------------------------------------------------------------------------
     
    คู่เงิน USD/XXX
     
    Normal Broker: 1 Standard Lot = 100,000 unit
     
    Buy @ USD/CAD 1.0175
     
    Buy USD 1.00 Lot = 100,000 USD = 101,750 CAD
     
    Leverage 1:1       Margin = 101,750.00 CAD (101,750/1) = 100,000 USD (101,750/1.0175)
    Leverage 1:600   Margin =        169.58 CAD (101,750/600) = 166.67 USD (169.58/1.0175)
     
    Sell @ USD/CAD 1.0180
     
    Sell USD 1.00 Lot = 100,000 USD = 101,800 CAD
     
    Profit = 50 CAD (101,800-101,750) = 49.12 USD (50/1.0180)
     
    Pip Diff. = 0.0005 (1.0180-1.0175)
     
    1 Pip = 0.0001
     
    Pip Value = 10.00 CAD (50x0.0001/0.0005) = 9.82 USD (10.00/1.0180)
     
    --------------------------------------------------------------------------------
     
    คู่เงิน USD/XXX
     
    InstaForex Broker: 10 InstaForex Lot = 1 Standard Lot
                                 1 InstaForex Lot = 10,000 unit
     
    Buy @ USD/CAD 1.0175
     
    Buy USD 1.00 Lot = 10,000 USD = 10,175 CAD
     
    Leverage 1:1       Margin = 10,175.00 CAD (10,175/1) = 10,000 USD (10,175/1.0175)
    Leverage 1:600   Margin =        16.96 CAD (10,175/600) = 16.67 USD (16.96/1.0175)
     
    Sell @ USD/CAD 1.0180
     
    Sell USD 1.00 Lot = 10,000 USD = 10,180 CAD
     
    Profit = 5 CAD (10,180-10,175) = 4.91 USD (5/1.0180)
     
    Pip Diff. = 0.0005 (1.0180-1.0175)
     
    1 Pip = 0.0001
     
    Pip Value = 1.00 CAD (5x0.0001/0.0005) = 0.98 USD (1.00/1.0180)

    --------------------------------------------------------------------------------

    สรุป  1) Lot มาก ---> Pip Value มาก
               Lot น้อย ---> Pip Value น้อย

               การหาจำนวน Lot ที่เหมาะสม

               ถ้าเรามีทุน 500 USD และต้องการเสี่ยง 1% ของทุน
               เพราะฉะนั้น ยอมขาดทุนได้ 5 USD (500x1/100)
               ถ้าเรากำหนดระยะ Stop Loss ไว้ที่ 30 Pip
               จะได้ Pip Value = 0.167 USD (5/30)
     
               ถ้าเทรด EUR/USD กับ Normal Broker จะใช้ 0.01 Lot (Pip Value = 0.100 USD)
               ถ้าใช้ 0.02 Lot, ค่า Pip Value จะเกิน 0.167 USD
     
               ถ้าเทรด EUR/USD กับ InstaForex Broker จะใช้ 0.16 Lot (Pip Value = 0.160 USD)
               ถ้าใช้ 0.17 Lot, ค่า Pip Value จะเกิน 0.167 USD
              
           2) Leverage มาก ---> ใช้ Margin น้อย
               Leverage น้อย ---> ใช้ Margin มาก
     
               การใช้ Leverage ที่เหมาะสม
     
               ถ้าเรามีทุน 500 USD และต้องการเสี่ยง 1% ของทุน
               เพราะฉะนั้น ยอมขาดทุนได้ 5 USD (500x1/100)
               ถ้าเรากำหนดระยะ Stop Loss ไว้ที่ 30 Pip
               จะได้ Pip Value = 0.167 USD (5/30)
               และเราเลือกเทรด EUR/USD กับ Normal Broker  
               โดยใช้ 0.01 Lot (Pip Value = 0.10 USD)
              
               @ EUR/USD 1.3359
     
               ถ้าใช้ Leverage 1:200    จะใช้ Margin 6.68 USD เหลือ Free Margin 493.32 USD
               ถ้าใช้ Leverage 1:400    จะใช้ Margin 3.34 USD เหลือ Free Margin 496.66 USD
               ถ้าใช้ Leverage 1:600    จะใช้ Margin 2.23 USD เหลือ Free Margin 497.77 USD
               ถ้าใช้ Leverage 1:1,000 จะใช้ Margin 1.34 USD เหลือ Free Margin 498.66 USD
     
               ถ้าเราหาจำนวน Lot จากระยะ Stop Loss และ % ความเสี่ยงของทุนที่กำหนดเอาไว้แล้ว, การใช้ Leverage ที่สูงขึ้น ก็ไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงให้กับเรา
  •  

 



จำไว้ว่า เมื่อคุณจะเข้าเทรด หรือออกจากการเทรด ให้คุณดูเสปรดในราคา  bid/offer(ask)

Visitors: 38,085