support resistance

การหาแนวรับแนวต้านยังช่วยให้เทรดเดอร์มองเห็นแพทเทิร์นการวิ่งของราคาค่าเงินสกุลที่เราเล่นอยู่อย่างชัดเจนอีกด้วย
แนวรับ (Support) คือ จุดที่ราคาหุ้นไม่ตกลงต่ำไปกว่าจุดนี้ ส่วนแนวต้าน (Resistance) คือ จุดที่ราคาหุ้นไม่สูงขึ้นไปกว่านี้ เมื่อเทรดเดอร์หาแนวรับและแนวต้านได้จะช่วยให้วิเคราะห์ได้ว่าเมื่อราคาวิ่งต่ำลงไปจนถึงจุดหนึ่งก็มีโอกาสเด้งกลับตัวขึ้นมา ในขณะเดียวกันเมื่อราคาของค่าเงินวิ่งขึ้นไปถึงจุดหนึ่ง ราคาจะไม่สามารถผ่านจุดนั้นไปได้ง่าย ๆ มีโอกาสมากที่ราคาจะตกลง

การกำหนดแนวรับแนวต้านช่วยให้เทรดเดอร์รู้ว่าควรซื้อหรือขายที่ราคาไหน เช่น หากราคาค่าเงินต่ำลงไปเรื่อย ๆ จนใกล้ถึงจุดแนวรับ ถ้าเทรดเดอร์สั่งซื้อที่ราคานี้ก็จะทำกำไรได้เพราะมีโอกาสที่ราคาจะเด้งกลับขึ้นมา หากราคาค่าเงินสูงขึ้นไปจนใกล้ถึงจุดแนวต้าน ถ้าเทรดเดอร์ส่งคำสั่งขายที่ราคานี้ก็มีโอกาสทำกำไรได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม แนวรับแนวต้านก็ไม่ได้เป็นจุดที่กำหนดได้แน่นอนว่าราคาจะไม่ต่ำหรือสูงเกินไปกว่านี้แน่นอน แนวรับหรือแนวต้านที่ในอดีตเคยมีการวิ่งของราคามาแตะที่จุดนี้หลายครั้งจึงเป็นแนวรับแนวต้านที่แข็งแกร่งและเชื่อได้ว่าครั้งต่อไปนี้หากราคาวิ่งมาแตะที่จุดนี้อีก โอกาสที่ราคาจะเปลี่ยนทิศทางก็มีมากขึ้น

การ เล่น forex


การใช้แนวรับแนวต้านเพื่อกำหนดกลยุทธ์ในการ เทรด forex ควรต้องมีการบริหารความเสี่ยงไว้ด้วย เพราะการ เล่น forex มีความผันผวนสูง ควรมีการตั้งจุด Stop Loss เอาไว้ทุกครั้ง เผื่อว่าราคาไม่เป็นไปตามที่เราคาดการณ์ไว้จะได้จำกัดผลขาดทุนไว้ด้วย

การ เล่น forex

มีเทคนิคในการหาแนวรับแนวต้านอยู่หลายวิธี เช่น การใช้ Trend line โดยการลากเส้นผ่านจุดราคาสูงสุดหรือราคาต่ำสุด 3 จุดต่อกัน เป็นวิธีการหาแนวรับแนวต้านแบบง่าย ๆ หรือจะใช้เส้น Moving Average เป็นเส้นแนวรับแนวต้านก็ได้เช่นกัน แนวรับแนวต้านยังหาได้ด้วยการใช้เทคนิคที่ซับซ้อนขึ้นอย่างการใช้ Fibonacci ที่ต้องยอมรับว่าเป็นเครื่องมือหาแนวรับแนวต้านที่ค่อนข้างแม่นยำมากทีเดียว

Breakout ที่แนวรับ-แนวต้าน

การ Breakout ที่แนวรับ-แนวต้าน เป็นการ Breakout เพื่อแสดงถึงการเปลี่ยนแนวโน้มหรือแสดงถึงการไปต่อของแนวโน้ม
ดังนั้น การ Breakout ที่แนวรับ-แนวต้าน นี้จึงถือว่าเป็นเทคนิคหรือกลยุทธ์ในการทำกำไรเลยก็ว่าได้และการ Breakout ที่แนวรับ-แนวต้าน ยังถือว่าเป็นจุดเข้าที่ดีจุดหนึ่งเลยก็ว่าได้ สำหรับหรับคนที่ชอบเข้าเร็ว


แต่ก่อนที่เราจะไปทำความเข้าใจเรื่อง “Breakout ที่แนวรับ-แนวต้าน” เราก็จะต้องทำความเข้าใจเรื่อง Breakout ก่อนว่า Breakout นั้นคืออะไร

Breakout ที่แนวรับ-แนวต้าน แบ่งเป็น 2 ประเภท

1. การ Breakout ที่แนวรับ-แนวต้านเพื่อแสดงการเปลี่ยนแนวโน้ม

จากรูปจะเห็นได้ว่าหลังจากที่ราคาเคลื่อนที่เป็นแนวโน้มขาลง(Downtrend) มาสักระยะหนึ่ง แล้วหลังจากนั้นราคาก็มีการเคลื่อนที่ไปด้านข้าง(Sideway) จนเกิด Breakout ที่แนวต้านขึ้นมาแล้วจากนั้นราคาก็เปลี่ยนแนวโน้มจากแนวโน้มขาลง(Downtrend) เป็นแนวโน้มขาขึ้น(Uptrend) ช่วงที่ราคาเคลื่อนที่ไปด้านข้าง(Sideway) ถือว่าเป็นการพักตัวครับ ยังไม่ถือว่าเป็นแนวโน้ม

2. การ Breakout ที่แนวรับ-แนวต้านเพื่อแสดงการไปต่อของแนวโน้ม

จากรูปจะเห็นได้ว่า หลังจากที่ราคาเคลื่อนที่เป็นแนวโน้มขาลง(Downtrend) มาสักระยะหนึ่ง แล้วหลังจากนั้นราคาก็มีการเคลื่อนที่ไปด้านข้าง(Sideway) แล้วก็มี Breakout ที่แนวรับ แล้วจากนั้นราคาก็ไม่มีการเปลี่ยนแนวโน้มและยังคงเป็นแนวโน้มขาลง(Downtrend)ต่อไป... ช่วงที่ราคาเคลื่อนที่ไปด้านข้าง(Sideway) ถือว่าเป็นการพักตัว ยังไม่ถือว่าเป็นแนวโน้ม


แล้วจะทำกำไรได้อย่างไร?
ทำกำไรกับ Breakout โดยการใช้ Breakout นี้เป็นจุดเข้า
ถ้าราคามีการ Breakout แนวรับ ให้ทำการ Sell แต่ถ้าราคามีการ Breakout แนวต้าน ให้ทำการ Buy

ดูตามตัวอย่างข้างล่างนี้

แต่ไม่ใช่ว่าการ Breakout แต่ละครั้งจะสามารถทะลุแนวรับ-แนวต้าน ได้ทุกครั้ง บางครั้งอาจจะเป็น Breakout หลอกก็ได้หรือเราอาจจะเรียก Breakout นั้นว่า “Breakout ไม่สำเร็จ”ก็ได้


(ดูตามตัวอย่างข้างล่างนี้)

ดังนั้น เราอย่าเพิ่งปักใจเชื่อ 100% ว่าการ Breakout จะสามารถทะลุแนวรับ-แนวต้านไปได้ทุกครั้งเสมอไป ให้เราดูสิ่งอื่นๆประกอบในการตัดสินใจด้วยนะครับ เช่น ดูจากแรงซื้อแรงขาย ดูจากพฤติกรรมราคา ดูจากอินดิเคเตอร์ต่างๆ เป็นต้น


Visitors: 63,180