ค่า Spread

ค่า Spread คืออะไร และวิธีอ่านหุ้น

1. ค่าเสปด คือ ผลต่างระหว่างราคา Bid และ Ark กล่าวได้คือ

เมื่อท่านซื้อหุ้นมาท่านต้องติดลบก่อนตามค่าเสปดของหุ้นตัวนั้นๆ

หมายเหตุ*เสปรดจะไม่คงที่อาจมากหรือน้อยกว่านั้น ข้อกำหนดเฉพาะของสัญญาจะแสดงรายการสเปรด

โดยเฉลี่ยภายใต้สถานการณ์ปกติในตลาด


2. หุ้นและค่าเงินที่เป็นที่นิยมเล่นกันในหมู่นักลงทุนทั่วโลก คือ EURUSD , GBPUSD

ซึ่งท่านสามารถเล่นได้ตลอด24ชั่วโมงตั้งแต่เช้าตรู่วันจันทร์ถึงเช้ามืดของวันเสาร์

และยังมีสเปดที่ต่ำกว่าหุ้นทั่วไปมากๆซึ่งผลให้สามารถทำกำไรได้ง่ายกว่า หุ้นทั่วไป เช่น DownJone หรือหุ้นไทยต่างๆ

เพราะจะเล่นได้เฉพาะเวลาที่ตลาดของประเทศนั้นๆเปิดทำการเท่านั้นและค่าสเปดที่สูงกว่า

การเทรดค่าเงินและทองคำจึงเป็นที่นิยมของนักลงทุนทั่วโลก




หุ้นที่ขึ้นต้นและลงท้ายเป็นชื่อค่าเงินสกุลต่างๆของโลก เรียกว่า Forex คืออัตราแลกเปลี่ยนเงินตราเช่น Eur/Usd

หมายถึง 1 ยูโร จะแลกเป็นเงิน ดอลล่า ได้ 1.XXXX ดอลล่า

โดยอัตราแลกเปลี่ยนนี้จะเปลียนไปเรื่อยจะขึ้นกี่จุดหรือจะลงกี่จุด

ท่านเริ่มซื้อที่ราคาเท่าไร เช่น ท่านซื้อหุ้น Eur/Usd ขาขึ้นตอนที่อัตราแลกเปลี่ยนระหว่าง Eur/Usd

อยู่ที่ 1. 5000 ดอลล่า ผ่านไปครึ่งชั่วโมง อัตราแลกเปลี่ยนระหว่าง Eur/Usd ไปอยู่ที่ 1.5050 ดอลล่า

ท่านก็ได้กำไร 50 จุด เป็นต้น



โบรคเกอร์ forex หลายโบรคเกอร์ ได้โฆษณาว่าฟรีค่าคอมมิสชัน (Commission) แต่จริงๆ แล้วมันเป็นยังไง?

อันที่จริงการเทรด forex นั้นต้องเสียค่าใช้จ่าย (จะเรียกว่าค่าคอมมิสชัน หรือไม่ก็ตาม) ถือว่าสูงมาก เมื่อเทียบกับการซื้อขายหุ้น หรือกองทุนในบ้านเราซึ่งมีค่าคอมมิสชันจะอยู่ที่ประมาณ 0.2% ของมูลค่าที่ทำการเทรด ดังนั้นการที่โบรคเกอร์ forex ส่วนใหญ่ ทำการตลาดโดยอ้างว่า ฟรีค่าคอมมิสชัน ที่จริงแล้วมันไม่จริงทั้งหมด และอาจทำให้เข้าใจผิดได้

ในตลาด forex นั้น คล้าย กับตลาดอื่น ๆ นั้นคือมีการตั้งซื้อ (Bid) และตั้งขาย (Ask) ราคาตั้งซื้อคือราคาที่เราสามารถขายได้ในขณะนั้น ส่วนราคาตั้งขายก็คือราคาที่เราสามารถซื้อได้ในขณะนั้น

ผลต่าง ระหว่างราคาตั้งซื้อ และตั้งขาย นั้นเรียกว่า Spread ยกตัวอย่าง EUR/USD ราคา Bid ที่1.4156 และ Ask ที่ 1.4159 ดังนั้นค่า Spread ของ EUR/USD จะเท่ากับ 0.0003 หรือ 3 PIPS ถ้าเราทำการเปิด Order ทำการซื้อขณะนั้น เราจะซื้อได้ที่ 1.4159 และ Transaction ของเราจะขึ้นเป็น -3 PIPS ทันที ถ้าเราปิดออร์เดอร์ขณะนั้นโดยอัตราแลกเปลี่ยนยังไม่เปลี่ยนแปลงเราจะขายได้ ที่ 1.4156 และขาดทุนทันที 0.0003 หรือ 3 PIPS จะเห็นได้ว่า ถ้ายิ่ง Spread กว้างมาก เราก็จะต้องจ่ายส่วนต่างนี้มากขึ้นไปด้วย ส่วนต่างตรงนี้เองที่ส่วนหนึ่งเป็นรายได้ของโบรคเกอร์ และเรา หรือผู้เทรดจำเป็นจะต้องจ่ายทุกครั้งที่เปิด Order ทำการเทรด

บางคนอาจจะเห็นว่า เสียแค่ 0.0003 จากราคาประมาณ 1.4 นั้นไม่เท่าไหร่เองหนิ ถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นก็แค่ประมาณ 0.03% เอง แต่อย่าลืมนะครับว่าการเทรด Forex นั้นมีระบบ Leverage ถ้า Leverage ที่ 1:100 นั้นก็เสมือนว่าเราส่งคำสั่งซื้อด้วยเงินทุน 100 เท่าจากเงินทุนจริงของเรา ดังนั้นถ้าเทียบกับเงินทุนจริงของเรา มันจะไม่ใช่ 0.03% แต่มันจะเป็น 3% นั้นเอง หรือถ้าเทรดในระบบLeverage 1:500 จำนวนเงินตรงนี้ก็จะยิ่งสูงขึ้นไปอีกเป็น 15% ของเงินทุนจริงของเรา ที่นี้จะเห็นเลยใช่ไหม๊ครับ ว่ามันแพงหูฉี่เลยทีเดียว

โบรคเกอร์แต่ละที่จะมีค่า Spread ที่แตกต่างกันไป รวมไปถึง คู่อัตราแลกเปลียน แต่ละคู่ก็อาจมี Spread ที่แตกต่างกันด้วย หรือแม้กระทั้งคู่สกุลเงินคู่เดียวกัน แต่คนละช่วงเวลา บางโบรคเกอร์ค่า Spread ก็สามารถขึ้นลง และไม่ Fix ด้วยเช่นกัน ดังนั้นก่อนเปิดใช้บริการของโบรคเกอร์ ควรตรวจสอบค่า Spread ของโบรคเกอร์นั้นๆ ให้ดีก่อนนะครับ รวมไปถึงระบบ Spread ของโบรคเกอร์นั้น ๆ ว่าเป็นแบบ Fix คงที่ หรือเปลี่ยนแปลงได้ ในกรณีที่ใช้บริการของโบรคเกอร์ที่ไม่ Fix ค่า Spread ก่อนทำการเทรดทุกครั้ง ต้องตรวจสอบค่า Spread ในขณะนั้นก่อนส่งคำสั่ง ซื้อ ขาย ถ้ารีบร้อนเกิน กลัวไม่ได้ราคาที่เลงไว้ โดยไม่ได้ตรวจสอบ Spread ให้ดี เข้าเทรดไปแล้วอาจจะตกใจภายหลังได้ครับ

จะเห็นได้ว่าการเลือกโบรคเกอร์ ค่า Spread ก็เป็นจุดสำคัญจุดหนึ่งที่สามารถลดค่าใช้จ่ายของเราได้ ถึงแม่มันจะน้อยเมื่อเทียบ กับราคาที่วิ่งขึ้น วิ่งลง ของอัตราแลกเปลี่ยน แต่ถ้าเราประหยัดตรงนี้ได้ แค่ 1-2% ต่อการเทรดแต่ละครั้ง แต่รวมๆ หลายๆ ครั้งก็ไม่ใช่จำนวนเงินน้อย ๆ เลยนะครับ
Visitors: 38,085