kelly criterion

ตอน ม.ปลาย ผมเคยเล่นแทงสูงต่ำกับเพื่อน ถ้าพลาด แทงเพิ่มสองเท่าไปเรื่อยๆ ปรากฏว่ามันออกต่ำ 9 ตารวด แต่ผมแทงสูง เงินหมดเกลี้ยง เจ้ามือก็ไม่ได้โกงด้วย แถมพอเลิกเล่น ตาที่ 10 มันยังออกต่ำอีกด้วย
สำหรับ money management มันเป็นการบริหารเงินให้ความน่าจะเป็นของเราเกิดผลจริงๆในระยะยาวครับ เช่น ถ้าโอกาสเราชนะ 4 ใน 5 ถ้าเราแทงทีเดียวหมดหน้าตัก แล้วบังเอิญออกไอ 1 ใน 5 ที่เรามีโอกาสแพ้ เกมส์จบครับ แต่ถ้าเราบริหารเงินดีๆ แทงแต่ละครั้งในจำนวนที่เหมาะสม เราก็จะชนะในระยะยาวครับ แต่ตั้งอยู่บนสมติฐานที่ความเสี่ยงที่เกิดความน่าจะเป็นนั้น เข้าข้างเราครับ ไม่ใช่ว่า โอกกาสชนะ 2/5 อย่างนี้ระยะยาวเราจะแพ้ครับ แต่โอกาสการวางเดิมพันแค่ไหนจึงเหมาะสม มีคนคิดสูตรไว้แล้วครับ คือ Kelly Criterion
F = PW – (PL/W)

where

F = Kelly criterion fraction of capital to bet
W = Dollars won per dollar wagered (i.e., win size divided by loss size)
PW = Probability of winning
PL = Probability of losing

เช่น สมมติว่าเราดูปัจจัยพื้นฐาน สมมติว่าถ้ากำไรเติบโตเท่านี้ไปเรื่อยๆ ถือสัก สามปี เราน่าจะได้กำไร 1 เท่าตัว แต่ถ้าผิดคาด พื้นฐานไม่เปลี่ยนมาก ราคาน่าจะลดลงต่ำไม่มากกว่านี้มากนัก เอาซัก 30% (คนรับรู้ความคาดหวัง ผลกไรไม่เป็นตามคาด ราคาลงต่ำ อาจจะลดลง 30 เปอร์เซนต์จากราคาซื้อ) แล้วโอกาสเกิดอย่างแรก 6 ต่อโอกาสเกิดอย่างหลัง 4 ดังนั้น f = 0.6 -(0.4 /(100/30)) = 0.47 หรือ เราควรลงทุนครั้งละ 47% เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและมีความเสี่ยงที่เหมาะสม สมมติว่า ถ้าชนะได้ 1 เท่าตัว แพ้หมดตัว ผลจะเป็น  f = 0.6 -(0.4 /(100/100)) = 0.2 หรือ 20% ครับ มีโอกาส 5 ครั้ง  
แต่ต้องยอมรับว่าสูตรนี้มีข้อจำกัดครับ เช่น จะมีใครสักกี่คนคำนวณ ความเสี่ยง ความน่าจะเป็นได้เป๊ะๆ
แต่ขอให้เข้าใจคอนเซปหลักที่ว่า ถ้าเสี่ยงมากก็ลงน้อยหน่อย หรือถ้ารู้ข้อมูลน้อยก็ควรลงน้อย
การใช้  money management ยังสามารถประยุกต์ใช้กับด้านเทคนิคคัลได้เช่นกันครับ เช่น ถ้าสมมติว่าเราพิจารณาแล้วว่า macd ระยะสั้น ตัดผ่าน macd ระยะยาว ในรูปแบบที่เราคาดการณ์ไว้ โอกาส ชนะในรูปแบบนี้ จะมี สูง 70 % แล้วถ้าเป็นดังนั้นเราจะเทค profit ที่ 30 % แต่ถ้าไม่เป็นจริงจะคัทลอสที่ 10 %
ดังนั้น สูตรของ Kelly ควรจะเป็น f = 0.7 -(0.3 /(30/10)) = 0.6 นั้นคือ ลงครั้งละ 60 % เป็นต้นครับ
เรื่องพวกนี้เป้นเรื่องทางศิลปะด้วย ไม่ใช่คำนวณอย่างเดียว แต่ถ้าจะแนะนำ อยากจะให้ลดลงจากนี้ลงซักเล็กน้อย สำหรับมือใหม่ เนื่องจากมนุษย์เรามักจะมองเข้าข้างตัวเองมากจนเกินไปครับ


Visitors: 55,688