stop loss 2%

stop loss 2% เป็นเรื่องที่ฝรั่งสอนกันมาแพร่หลาย ไทยก็นิยมรับรู้สิ่งเหล่านั้นแต่ที่สุดของ เรื่อง stop loss คือ consecutive loss CL การขาดทุนต่อเนื่อง จะทำให้เกิด Max Drawdrawn กี่ % จาก peak ของ Port กลับไม่สอนกันให้แพร่หลาย คงยากเกินจะทำความเข้าใจ

การที่ออกแบบระบบให้มี stop loss จะสร้าง CL มากขึ้นกว่าแบบไม่มีแต่อย่าเข้าใจผิดว่า ไม่มีเลยจะดีกว่า ถ้าไม่มี SL ก็ต้องมี exit signal ใช้ทดแทน แบบที่ไม่มี exit plan เลยเจ๊งแน่นอน

ปกตินักลงทุนน่าจะรู้แค่ว่าทำ stoploss ขายขาดทุนจะดีกว่าติดดอย แต่จะไม่รู้ impact ของวิธีนี้จริงๆ

CL เป็น effect ของการทำ stop loss เพราะการ stop บ่อยๆจะมีโอกาสสร้าง loss จำนวนมากติดๆกัน
มากจนอาจทำให้ port ลดลงครึ่งนึงได้ MDD=50%, แต่โดยปกติ MDD=30-40% (port ลดลงมา) จะเห็นได้ใน system ทั่วๆไป แต่ถ้าเป็นคน trade จะมีหลากหลายตั้งแต่ 20-60% MDD ก็มี

จะเห็นว่านักวิเคราะห์เขาจะให้ stop loss เวลาเกร็งกำไร แต่ถ้าเราถามกลับไปว่าทำให้ เกิด
CL, MDD(max drawdrawn) เท่าไหร่ นักวิเคราะห์จะงงๆ มึน ตอบไม่ถูก เรียนมาไม่ครบนั่นเอง
สาเหตุที่เรียนมาไม่ครบสร้างความเสียหายได้อย่างมหาศาลถ้าไม่ลึกซึ่งจริงจัง เหมือน indictor boilinger band ถ้าใช้ตามฝรั่งสอน เสร็จฝรั่งทุกที

ค่า CL, MDD ใน metastock, amibroker จะมีให้ดู
การ trade แบบ system จำเป็นต้องใช้ คณิตศาสตร์สถิติเป็นตัววัดประสิทธิภาพ
ถ้ากะๆเอา ในระยะยาว ไม่มั่นคงแน่ๆ

ตาราง CL ที่สัมพันธ์กับ winratio
http://mindrighttrading.blogspot.com/2012/10/estimating-distribution-of-consecutive.html

#15 เป็นเรื่อง prop ที่จะ CL , แต่ถ้า test ด้วย tool จะไม่ค่อยได้ค่าใกล้เคียงพวกนี้ อาจเป็นเพราะค่าเป็นค่า ideal
http://www.forexfactory.com/showthread.php?p=4335680

original work ตั้งแต่ปี 1940 แต่ก็ไม่นิยมใช้กัน อาจดูเข้าใจยากเกินธรรมดากว่า 2% rule
http://projecteuclid.org/DPubS?service=UI&version=1.0&verb=Display&handle=euclid.aoms/1177731825
Visitors: 58,359