การเทรด Currency


"Currency cross pair" หรือ "Cross- currency pair" หรือเรียกสั้นๆว่า "Cross" คือสกุลเงินที่ไม่มีดอลลาร์สหรัฐเข้ามาเกี่ยวข้อง  
ลองย้อนกลับไปดูเมื่อสมัยก่อน ถ้ามีคนต้องการที่จะเปลี่ยนสกุลเงิน ก่อนอื่นเขาต้องแปลงสกุลเงินเป็นดอลลาร์สหรัฐก่อน แล้วจึงแปลงสกุลเงินที่เป็นดอลลาร์สหรัฐไปเป็นสกุลเงินที่เขาต้องการได้  ตัวอย่างเช่น ถ้ามีชายคนหนึ่งต้องการเปลี่ยนเงินปอนด์เป็นเยนของญี่ปุ่น เขาก็ต้องแปลงสกุลเงินปอนด์ของเขาเป็นดอลลาร์สหรัฐก่อนหลังจากนั้นจึงนำ ดอลลาร์มาเปลี่ยนเป็นเงินเยนได้
และเมื่อมีการนำ Currency cross มาใช้ ก็ทำให้บุคคลสามารถข้ามขั้นตอนการแปลงสกุลเงินของพวกเขาเป็นดอลลาร์สหรัฐ และสามารถแปลงสกุลเงินเป็นสกุลที่ตนต้องการได้โดยตรง  ตัวอย่างเช่น GBP/JPY, EUR/JPY, EUR/CHF และ EUR/GBP เป็นต้น

การหาราคาซื้อขายของ Currency cross
ในส่วนนี้อาจจะน่าเบื่อซักหน่อย แต่ถ้าคุณชอบตัวเลขก็ไม่ยาก และข่าวดีก็คือ จริงๆแล้วตรงส่วนนี้ไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าใจมากมายอีกต่อไป ตั้งแต่มีเพลตฟอร์มจากโบรคเกอร์ที่ได้คำนวณอัตราของค่าเงินตรงข้ามที่เราเท รดกันอยู่ทุกวันมาให้เรียบร้อยแล้ว เราจึงไม่จำเป็นต้องมานั่งคำนวณเองอีกต่อไป แต่ก็ขอกล่าวไว้ในกรณีที่คุณต้องการจะรู้ถึงหลักการทำงานของมัน และคิดว่ามันก็เป็นการดีที่จะรู้เอาไว้ ในส่วนนี้เราจะแสดงวิธีการคำนวณราคาเสนอซื้อ (bid ) และการขอราคาสำหรับขาย (ask)

ตัวอย่างเช่น

 เราต้องการหาราคา bid/ask  ของ GBP/JPY ดังนั้นสิ่งแรกที่เราต้องทำก็คือ ดูที่ราคา bid/ask ของทั้ง GBP/USD และ USD/JPY  ที่ต้องดูทั้งสองคู่เงินนี้ก็เพราะว่า ทั้งสองคู่เงินมีสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯร่วมอยู่ในสกุลเงินที่พวกเขาต้องการ (คือ GBP และ JPY)  คู่เงินทั้งสองคู่นี้ เรียกว่า "Legs" ของ GBP/JPY เพราะพวกมันเป็นคู่เงินดอลลาร์ที่เกี่ยวข้องกับ GBP/JPY

เอาเป็นว่าตอนนี้เราได้ราคา bid/ask แล้ว คือ
GBP/USD: 1.5630 (bid) / 1.5635 (ask)
USD/JPY: 89.38 (bid) / 89.43 (ask)

ในการคำนวณหาราคาซื้อ (bid) ของ GBP/JPY ก็นำราคา bid ของ GBP/USD มาคูณกับ ราคา bid ของ USD/JPY ก็จะเท่ากับ 1.5630 X 89.38 = 139.80

และในการหาราคาขาย (ask) ของ GBP/JPY ก็นำราคา ask ของ GBP/USD มาคูณกับ ราคา ask ของ USD/JPY ก็จะเท่ากับ 1.5635 X 89.43 = 139.82
เท่านี้เองค่ะ ง่ายมั้ย

Currency cross กับโอกาสที่มากขึ้น 

กว่า 90% ของการทำธุรกรรมซื้อขายในตลาดอัตราแลกเปลี่ยนจะเกี่ยวข้องกับเงินดอลลาร์ สหรัฐ เป็นเพราะว่าเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลเงินสำรองของโลก คุณอาจจะถามตัวเองว่า "ทำไมดอลลาร์สหรัฐ ทำไม่ไม่เป็นเงินปอนด์ หรือยูโร?"

สินค้า ทางการเกษตรและสินค้าทางอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ เช่น น้ำมัน มีราคาเป็นสกุลดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้นถ้าประเทศต้องการที่จะซื้อน้ำมันหรือสินค้าเกษตรอื่นๆ ก่อนอื่นก็ต้องแปลี่ยนสกุลเงินของประเทศให้เป็นดอลลาร์สหรัฐก่อนจึงจะสามารถ ซื้อสินค้าได้  และนี่ก็คือเหตุผลว่าทำไมหลายประเทศเก็บดอลลาร์สหรัฐไว้เป็นเงินสำรอง เพราะมันจะช่วยให้พวกเขาสามารถซื้อสินค้าได้เร็วขึ้นมากถ้าเขามีดอลลาร์ สหรัฐไว้ในมือแล้ว
อย่างประเทศจีน,ญี่ปุ่น และออสเตรเลียเป็นตัวอย่างของผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ จึงเป็นผลให้พวกเขาต้องสำรองดอลลาร์สหรัฐเป็นจำนวนมากไว้ในธนาคารกลางของ ประเทศ แล้วสิ่งนี้มันมีผลอย่างไรกับการซื้อขาย Currency cross ? 

ตั้งแต่ที่โลกเรายึดติดอยู่กับดอลลาร์สหรัฐ ส่วนใหญ่ในการเก็งกำไรในการซื้อขายจะขึ้นอยู่กับคำถามหนึ่ง คือ "วันนี้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งหรือ่อน"  ซึ่งคำถามนี้จะส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของบรรดาคู่เงินทั้งหลายด้วย

Majors pair : GBP/USD, EUR/USD, USD/CHF, USD/JPY
Commodity pairs: AUD/USD, USD/CAD, NZD/USD

สังเกตได้ว่าคู่เงินเหล่านี้จะประกอบด้วยดอลลาร์สหรัฐด้วย ซึ่งมันก็ไม่มีทางเลือกให้นักลงทุนมากนักเมื่อการตัดสินใจในการลงทุนจะต้องขึ้นอยู่กับดอลลาร์สหรัฐ


คุณจะ เห็นได้จากการซื้อขายใน 7 สกุลเงินที่นิยมมากที่สุด ปรกติเรามักจะเทรดทั้งค่าเงินที่ต่อต้านดอลลาร์สหรัฐ (Anti dollar) และสกุลเงินที่สนับสนุนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (Pro dollar) ซึ่งการเก็งกำไรนี้จะส่งผลกระทบต่อคู่เงินต่างๆเหล่านี้ไปในทางเดียวกัน เกือบทั้งหมด ต่างกับใน

ตลาดหุ้นที่มีมีหลายบริษัทให้เลือกโดยไม่มีข้อผูกพันทางความคิดในการเก็งกำไรกับสิ่งสำคัญอย่างใดอย่างหนึ่ง


สำหรับตลาดหุ้น จะเห็นได้ว่าแม้ตลาดจะเป็นบวก ก็ยังมีโอกาสมากมายในการซื้อขายในหุ้นหลายๆตัว ไม่ได้มีเหตุผลอย่างใดอย่างหนึ่งจากหุ้นตัวหนึ่งตัวใดที่มีผลกระทบต่อตะกร้า โดยรวมของหุ้นทั้งหมด

และในตลาดอัตราแลกเปลี่ยน แทนที่เราจะมองแค่ 7 สกุลเงินหลัก ที่เป็นคู่เงินที่มีดอลลาร์สหรัฐร่วมด้วย (Dollar based pair) คู่เงินที่เป็น Currency cross (คู่เงินหลักที่ไม่มีดอลลาร์สหรัฐร่วมด้วย) 

 ก็ให้โอกาสที่มากขึ้นในการเทรดหากำไรจากคู่เงินที่หลากหลายมากขึ้น
ในการเทรด Currency cross คุณมีโอกาสเลือกที่จะเทรดมากขึ้น เพราะสกุลเงินเหล่านี้ไม่ผูกติดกับดอลลาร์สหรัฐ  ที่อาจมีพฤติกรรมการเคลื่อนไหวของราคาที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นในขณะที่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่กำลังซื้อขายคู่เงินดอลลาร์สหรัฐ 

คุณก็อาจหาโอกาสใหม่ๆจากการเทรด Currency cross

ตัวอย่างเช่น ทุกคู่เงินที่มีดอลลาร์สหรัฐ อาจจะวิ่งไซด์เวย์ หรือวิ่งในทิศทางที่ดูลำบากมาก มันก็น่าจะเป็นการดีกว่าถ้าจะนั่งดูเฉยๆ แทนที่จะเทรดแบบเดาสุ่ม  แต่ถ้าคุณลองเปลี่ยนไปดูคู่เงินอื่นที่เป็น Currency cross คุณก็อาจพบได้ว่ามีโอกาสในการซื้อขายมากกว่า
เทรดเดอร์ส่วนใหญ่จะซื้อขายเพียงคู่เงินหลัก การคิดให้แตกต่างและเป็นคนกลุ่มน้อยอาจทำให้คุณได้เปรียบมากกว่าในการทำกำไร

แนวโน้มและกรอบราคาที่ชัดเจน

เนื่องจากว่าเทรดเดอร์ส่วนใหญ่มักชอบเท รดคู่เงินดอลลาร์สหรัฐฯกันซะมากกว่า ก็เลยทำให้เห็นได้ว่ารายงานข่าวต่างๆที่ออกมาจะมีผลกระทบให้ค่าเงินดอลลาร์ ผันผวนตามไปด้วย นอกจากนี้สหรัฐฯเองยังมีข่าวเศรษฐกิจที่มากที่สุดในโลก ซึ่งเป็นผลให้นักเก็งกำไรตอบสนองเป็นอย่างมากต่อรายงานข่าวของสหรัฐ ถึงแม่ว่ามันจะไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากนักต่อปัจจัยพื้นฐานในระยะยาว อย่างที่เราเห็นกันอยู่ว่าเวลามีมีข่าวราคาจะผันผวนมาก บ่อยครั้งที่เราเห็นกราฟลากขึ้นลากลงแล้วสุดท้ายก็มาวิ่งวนๆที่เดิม และถึงแม้ว่าจะเกิดแนวโน้มใหม่มันก็ทำให้เราหาจุดบ่งชี้แนวโน้มหรือช่วงราคา ได้ยากกว่าปรกติ


ในวันที่มีข่าวเศรษฐกิจของสหรัฐ มักจะทำให้ราคาของคู่เงินดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างเช่น EUR/USD (ในภาพด้านบน) หลุดออกจากแนวโน้มที่เรียบง่าย เนื่องจากราคาวิ่งรุนแรงมากกว่าปรกติ


แต่ในทางตรงกันข้ามเราจะเห็นว่าในวัน เดียวกัน EUR/JPY ก็ยังวิ่งแบบเรียบง่าย อย่างในตัวอย่างด้านบนเห็นได้ว่าราคาค่อยๆวิ่งขึ้นตามแนวโน้ม ที่เป็นอย่างนี้ก็อาจเพราะว่า คู่เงินนี้ได้รับผลกระทบเพียงน้อยนิดจากข้อมูลของสหรัฐ จึงทำให้เห็นว่าราคามีการผันผวนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
และอย่างที่คุณเห็นในกราฟทั้งสองด้านบน ที่แสดงให้เห็นว่าสกุลเงินยูโรปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน แต่กราฟคู่หนึ่งไม่มี USD ร่วมด้วยนั่นก็คือ EUR/JPY เทรดง่ายกว่า EUR/USD มาก

และถ้าคุณเป็นเทรดเดอร์ที่ชอบเล่นตามเทรนด์ (Trend Fallow) แล้วละก็ การเทรดคู่เงินที่เป็น Currency cross จะทำให้คุณเทรดได้ง่ายขึ้น เพราะมันง่ายกว่าในการที่จะมองแนวโน้มและมีความมั่นใจมากขึ้นในการหาจุดเข้า เพราะคุณจะรู้ว่าระดับแนวรับแนวต้านทางเทคนิคนั้นจะมีนัยยะที่สำคัญมากกว่า ในคู่เงินหลัก (Majors pair)  
และในหัวข้อต่อไปเราจะมาพูดถึงการเทรด Currency cross โดยใช้ประโยชน์จากความแตกต่างของอัตราดอกเบี้ยในการเทรด

การใช้ประโยชน์จากความแตกต่างของอัตราดอกเบี้ย

การขายสกุลเงินของประเทศที่มีอัตรา ดอกเบี้ยต่ำกว่าเมื่อเทียบกับอีกประเทศมีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่า จำทำให้คุณได้กำไรจากอัตราดอกเบี้ย (ที่เรียกวันว่า Carry trade) เช่นเดียวกับการได้กำไรจากการแข็งค่าของราคา 
Currency crosses มีหลายคู่เงินที่มีความแตกต่างสูงในอัตราดอกเบี้ย ซึ่งมีความสำคัญมากในการ Carry trade


จากภาพตัวอย่างด้านบน เป็นแนวโน้มขาขึ้นของ AUD/JPY ซึ่งถ้าคุณได้เข้าบายไว้ในคู่นี้ คุณก็จะได้กำไรเยอะเลยทีเดียว นอกจากนี้แล้ว AUD และ JPY ยังมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่างกันเยอะมากด้วย ตั้งแต่ปี 2002-2007 ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ได้ปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นอยู่ที่ 6.25% ในขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) ยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 0% ซึ่งก็หมายความว่าคุณได้กำไรจากการบายคู่นี้ และยังได้ผลตอบแทนจากอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างในระหว่างการถือออเดอร์บายด้วย
ส่วนเรื่องของ Carry trade เราจะเอารายละเอียดมาให้อ่านกันทีหลังนะคะว่าเค้ามีหลักการยังไงในการเลือก คู่เงินที่จะเทรด บอกคร่าวๆก็คือว่า หลักการเค้าจะเทรดกันยาวๆเพื่อดอกเบี้ยที่สูงกว่านั่นเองค่ะ

Obscure Crosses (คู่เงินที่ไม่โดดเด่น) 

ในบรรดาคู่เงินที่เป็น Currency cross คู่ EUR และ JPY เป็นคู่เงินที่มีสภาพคล่องมากที่สุด นั่นก็เป็นเพราะเทรดเดอร์ส่วนมากชอบเทรดคู่เงินที่ Popular แต่คู่เงินอื่นๆที่ไม่มีสกุลเงิน USD,EUR และ JPY ร่วมอยู่ด้วยเราจะเรียกพวกนี้ว่า  "Obscure crosses" ซึ่งก็หมายถึงคู่เงินที่ไม่ได้มีสภาพคล่องที่สูงมาก เพราะเป็นสกุลเงินที่ไม่โดดเด่นนัก อย่างเช่น AUD / CHF, AUD / NZD, CAD / CHF และ GBP / CHF ซึ่งเทรดเดอร์บางคนอาจไม่เคยเปิดกราฟไปดูมันเลยด้วยซ้ำ จริงมั้ย?? และนี่ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมเราเรียกพวกนี้ว่า "Obscure crosses"

ในการเทรดคู่เงินที่เป็น Obscure crosses นี้จะยากและมีความเสี่ยงมากกว่าการเทรดคู่เงินที่มีสกุลเงิน EUR หรือ JPY เพราะว่ามีผู้ซื้อขายคู่เงินเหล่านี้น้อยมาก และปริมาณการซื้อขายที่ต่ำทำให้มีสภาพคล่องที่น้องลง ทำให้ราคาของคู่เงินเหล่านี้ผันผวนมาก ดังนั้นการราคาวิ่งเป็นรูปแบบสลับฟันปลาจึงเป็นเรื่องปรกติ

ลองมาดูตัวอย่างต่อไปนี้จาก  AUD / CHF และ GBP / CHF


และแน่นอนว่าถ้าคุณเทรดคู่เงินเหล่านี้ คุณก็คงไม่อยากให้ราคามาโดนจุดตัดขาดทุนของคุณก่อนที่จะได้กำไร และนั่นก็เป็นเหตุผลว่าทำไมคนที่เทรดคู่เงินเหล่านี้จะต้องตั้งจุดตัดขาดทุน ในระยะที่กว้างกว่าปรกติ แต่อย่างไรก็ตามการตัดสินใจเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของคู่ obscure crosses ก็ยังยากมากที่จะจับทิศทางราคาในการเทรดได้อยู่ดี


จากภาพตัวอย่างคุณคงเข้าใจแล้วว่าเราหมายถึงอะไร และนอกจากนี้แล้ว การคู่เงิน obscure crosses ไม่ค่อยจะมีใครเค้าเทรดกันมากนัก ทำให้มันมีค่า Spread ที่สูง และถ้าคุณอยากจะเทรดคู่เงินเหล่านั้นก็ควรเตรียมตัวไว้สำหรับความผัวผวนที่ น่าเวียนหัวและค่า Spread ที่ต้องจ่ายในแต่ละครั้งด้วย แต่ส่วนตัวเราขออยู่ห่างๆดีกว่า



Visitors: 31,038