การใช้ forex trad gold

นการเทรดในตลาดทุนนั้น มีสินค้าหลากหลายประเภทให้เราได้เลือกเทรด ไม่ว่าจะเป็น ดัชนี (Indexes) สินค้าในตลาดล่วงหน้า (FUTURE & Option) หุ้น (SHARE) COMMODITIES (Gold , oil , silver , และอื่นๆ ) และตลาดแลกเปลี่ยนเงินตรา (Forex) ซึ่งเงื่อนไขการเทรดในของแต่ละประเภทสินค้าก็จะแตกต่างกันออกไป มีความยากง่ายที่แตกต่าง ขนาดของความผันผวนก็ต่างกัน หากจะเลือกเทรดตลาดประเภทไหน เราก็ต้องเลือกได้ตามความเหมาะสมของตัวเรานะครับ
วันนี้ผมจะจะพูดถึงสินค้าตัวหนึ่งที่อยู่ใน Forex เทรดเดอร์หลายๆคนรู้อยู่แล้ว การเทรดในตลาดฟอเร็กซ์นั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก บางคนไม่เรียกว่าเป็นการเทรด เรียกว่า การเก็งกำไรในทิศทางนั้นๆ เพื่อเอาส่วนต่าง สินค้าในตลาดฟอเร็กซ์มีหลากหลายให้คุณเลือก ซึ่งสินค้าที่เทรดเดอร์นิยมเทรดกันคือ ทองคำ หรือ Gold Spot นั่นเอง

โบรกเกอร์ Forex จะกำหนดระหัสทองคำเป็น XAU/USD และบางโบรกเกอร์จะตั้งเป็น Gold ไปเลย การเทรด Gold Spot ได้รับความนิยมจากเทรดเดอร์ทั่วโลก เพราะสามารถเก็งกำไรได้ทั้งสองทิศทาง หากคุณคิดว่าทองจะขึ้น หรือมันกำลังขึ้น คุณก็ต้องเก็งกำไรขาขึ้นด้วยคำสั่ง Buy  หากคุณมองว่ามันจะลง หรือมันกำลังลงและคุณต้องการเก็งกำไรขาลง คุณต้องใช้คำสั่ง Sell

Gold Spot -การเทรดทอง Gold Spot XAU USD

การเทรด Gold Spot กับโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์มีข้อได้เปรียบหลายประการ ดังนี้

  1. คุณสามารถลงทุนด้วยเงินจำนวนน้อยๆ เช่น ลงทุนด้วยเงิน 100 $ ประมาณ 3500 บาท
  2. คุณสามารถเทรดด้วย Volume ที่ต่ำ
  3. ค่าส่วนต่างสเปรดน้อย
  4. มี Leverage เพื่อเพิ่มอำนาจในการซื้อขายของคุณ แต่ความเสี่ยงของคุณก็จะเพิ่มตามไปด้วย
  5. ไม่มีค่าคอมมิชชั่นในการเปิดปิดออเดอร์ เพราะบวกค่าส่วนต่างสเปรดไปแล้ว
  6. ตลาดเปิดตลอด 24 ชั่วโมง คุณสามารถเทรดได้ทุก Event  ทุกข่าว
  7. กราฟของ GOLD SPOT ค่อนข้างสมูท วิ่งเป็นเทรนด์

ยกตัวอย่างการเทรดทอง ด้วยเงิน 100 $ (3500 บาท )

Gold Spot-ตัวอย่างการเทรดทอง

เส้นออเดอร์บนกราฟ หมายเลข 121635475 คือหมายเลขการซื้อขายของคุณ

Balance 100.00 usd คือ ยอดเงินในบัญชีของคุณ

Equty 99.50 คือ จำนวนเงินที่เหลืออยู่ บวกลบกับยอด Profits

Margin 1.26 คือ จำนวนเงินที่คุณใช้ในการเก็งกำไรในครั้งนี้

Free Margin 98.24 คือ จำนวนเงินที่เหลืออยู่ และสามารถใช้เปิดออเดอร์เพิ่มได้

Margin Level 7875.75 % คือ ระดับ Percent ของมาจิ้นพอร์ตของคุณ เมื่อเทียบกับ EQUITY ที่มีอยู่

Type = Sell คือ การเข้าออเดอร์เป็นการเก็งกำไรขาลง

Size =0.01 คือ ขนาดของ Volume ของคุณที่ใช้เก็งกำไรในครั้งนี้ ซึ่งจะมีหน่วยเป็น lot (1lot size standard เท่ากับ 100000 USD ) การเข้าออเดอร์ในครั้งนี้เข้าที่ 0.01 lot ใช้เงินทั้งหมด 1000 เหรียญ ( เทียบเท่ากับคุณเอาเงิน 1000 $ ไปซื้อทองคำจริง ๆ ) <<< นี่คือข้อดีของการเทรด Gold SPOT  คุณใช้เงินเพียง (Margin 1.26 $ เพื่อซื้อทองจริงๆเท่ากับจำนวนเงิน 1000$ )

Symbol คือ สัญลักษณ์ของสินค้าที่เราเลือกเทรด ในตัวอย่างเราเลือกเทรด GOLD Spot จะใช้สัญลักษณ์ XAUUSD m    , m ห้อยท้ายถูกกำหนดโดยโบรกเกอร์ ว่าเป็นประเภทบัญชีแบบ Mini

Price คือ ราคาที่เราเข้าซื้อ 1263.372 เหรียญ ต่อ ออนซ์

S/L คือ จุดกำหนดการขาดทุน Stop Loss , จะตั้งหรือไม่ตั้งก็ได้ ถ้าไม่ตั้งการปิดมือ

T/P คือ จุดกำหนดการทำกำไร Take Profits  , จะตั้งหรือไม่ตั้งก็ได้ ถ้าบวกก็ปิดมือเองก็ได้

Commision คือ ค่าธรรมเนียมที่ต้องเสียในการเทรดครั้ง  สำหรับบัญชีประเภทนี้ไม่มีค่าคอมมิชชั่น

Swap คือ ดอกเบี้ยที่เราต้องเสีย เมื่อมีการถือออเดอร์ข้ามคืน หากคุณถือออเดอร์ข้ามคืน จะเสียออเดอร์ แต่หากคุณเก็งกำไรจบภายในวันเดียวกัน จะไม่เสียค่า SWAP (สวอป)

Profits Loss คือ สถานะกำไรขาดทุนของคุณ ณ ปัจจุบันในการเข้าออเดอร์ครั้งนี้

จากตัวอย่าง เราเข้าเทรด Sell เพื่อเก็งกำไรขาลง เราจะติดลบทันทีกับค่าสเปรด + การเคลื่อนทีของราคา ณ เวลานั้น เท่ากับ 0.50 เหรียญ ซึ่งถ้าเทียบเป็นเงินบาท คุณได้ลงทุนไป 3500  บาท คุณติดลบไปแล้ว 17.5 บาท ถ้าเทียบเป็น % จะเท่ากับ 0.5 % ซึ่งถือว่าน้อยมากๆ

เงินของคุณ 100 เหรียญกับการเทรดด้วย Volume 0.01 lot สามารถทนการวิ่งของทองได้ถึงไหน

หลักการคำนวนง่ายๆครับ

Balance/Volume = เท่ากับจำนวนจุดที่สามารถทนได้

100$/0.01 lot = 10000   พอร์ตของคุณสามารถทนการติดลบได้ถึง 10000 จุด

แล้วทองไปถึงไหน มันจะหมดพอร์ต

ทองก็ต้องวิ่งขึ้นไปอีก 100 เหรียญแหระครับ เงินถึงจะหมดพอร์ต ซึ่งปัจจุบัน เรา Sell ทองที่ราคา 1263.372  หากทองวิ่งขึ้นไป 1263.372+100=1363.372 เงินของเราก็จะเกลี้ยงพอร์ต

ในทางกลับกัน หากคุณมองว่า ราคาทองคำ น่าจะร่วงยาว ก็ปล่อยไว้ แล้วตั้ง Take Profits ไว้ 100 เหรียญ ที่ราคา 1163.372  คุณก็จะได้กำไร 100 เหรียญเช่นเดียวกัน (ในกรณีที่ไม่เสียค่า Swap )

ทั้งหมดที่ได้อ่านมา หากคุณไม่มีวิธีที่จะทำกำไร มันก็เป็นเรื่องยากที่จะได้กำไร แต่ถ้าหากคุณเทรดแบบไม่คิดอะไรมาก “เทรดตามที่คุณเห็น ดีกว่าเทรดตามที่คุณคิด Trade what you see better trade what you think  คุณก็จะสามารถทำกำไรได้ในการเทรด Gold Spot นะครับ

เทคนิคที่สำคัญสำหรับการเทรดทอง

ผมจะแบ่งตาม Level นะครับ

  1. มือใหม่ ให้เทรดตามที่คุณเห็นกราฟไปก่อน กราฟไปทางไหน คุณเทรดทางนั้น  เช่น คุณเห็นว่ากราฟกำลังขึ้นอยู่ คุณก็ Buy ไปเรื่อยๆ หากคุณเห็นกราฟมันกำลังลง คุณก็ Sell ไปเรื่อยๆ ใช้แท่งเทียนสีเขียวแทนการเคลื่อนที่ขาขึ้น และใช้แท่งเทียนสีแดง แทนการเคลื่อนที่ขาลง  ช่วงเวลาที่จะเทรด ต้องเทรดในช่วงเวลา ตั้งแต่ 13.00 น ถึง 24.00 น แต่หากคุณไม่มีเวลาในช่วงบ่าย ให้เทรดในช่วง 19.35 ถึง 24.00 น จำไว้นะครับ เทรดตามที่คุณเห็น อย่าเทรดตามที่คุณคิด
  2. อยู่ในตลาดมานานแล้ว แต่ยังไม่เก่ง  Level นี้เรียกว่า อึดและรวย   เวลนี้ต้องเอา Indicator ออกไปให้หมดก่อน ล้างหัวแปบนึง แล้วค่อยวกกลับเข้าไปใหม่ ( จริงๆแล้วเราไม่สามารถล้างระบบความคิดใหม่ภายในระยะเวลาอันสั้นได้ )  ให้ลืมระบบที่คุณเคยใช้ไปชั่วขณะ แล้วอ่านตรงนี้ ให้คุณหาแนวรับแนวต้าน ที่สำคัญ หลักการง่ายๆคือ เปิดกราฟแท่งเทียน ใช้สีเหมือนเวลหนึ่ง ให้มองไปทางซ้าย (เพราะกราฟวิ่งไปทางขวา )  มองหาจุดที่มันมีการกลับตัวเป็นแท่งยาวๆ แล้วใช้ตรงนั้นเป็นโซนดีมานด์ (แนวรับ) จากนั้นมองลึกเข้าไปอีก มองซ้ายบนๆหน่อย คุณจะเห็นแรงขายที่มหาศาลก่อเกิดเป็นแท่งยาวๆสีแดง แท่งเหล่านั้นเราเรียกว่า โซนซัพพลาย (แนวต้าน )  มาถึงตรงนี้ หากไม่เข้าใจ ให้อ่านซ้ำอีกรอบ แล้วมองดูกราฟด้วย    จากนั้นเมื่อคุณเห็นแนวรับแนวต้านแล้ว ดูราคาปัจจุบัน ว่ามันอยู่ในช่วงไหน ถ้าอยู่ตรงกลางให้ใจเย็นๆ อย่าพึ่งไปยุ่งกับมัน  ถ้ามันอยู่โซนบนๆ ใกล้โซนซัพพลาย ให้จ้องมัน และหาจังหวะเข้า Sell (ในกรณีที่มันไม่หลุดแนวต้าน) ถ้าราคาปัจจุบันอยู่ใกล้ๆแนวรับ ให้จ้องมันและหาจังหวะ Buy  ( ถ้ามันไม่หลุดแนวรับ )  แล้วถ้ามันหลุดล่ะ ถ้ามันหลุด คุณเข้าไม่ทันหรอกครับ เพราะมันไปเร็วมาก แท่งยาวๆของทองจะเกิดขึ้นแปบเดียว จากนั้นราคาจะสวิงวงกว้าง ในกรณีที่อยากได้แท่งยาวๆด้วยๆ แท่งสั้นๆด้วย ต้องเทรดแบบ Long Term มองกราฟระยะยาว  บริหารหน้าตักดีๆ เงินไม่พอ เติมเข้าไป เด่วมันกลับแน่ ถ้าไม่กลับก็ Hedging ไว้ก่อน แล้วเก็บ Cash flow เข้าระบบ เด่วผมจะเขียนให้อ่านในโอกาสถัดไป

เทคนิคการเทรดทองให้ได้ผลอีกหนึ่งประการคือ การติดตามข่าวและอีเวนท์ต่างๆที่เกิดขึ้นรอบโลก ไม่ว่าจะเป็น อเมกา ยุโรป รัสเซีย จีน การเมือง สงคราม เครื่องบินตก ถล่มยิงอย่างรุนแรง กองทุนโจรสลัด (Hedge fund ) IMF  ข่าวเหล่านี้มีส่วนสำคัญในการวิ่งของทองคำ และที่ขาดไม่ได้ก็คือ สองคนนี้ครับ วอเร็นกับโซรอส ติดตามข่าวด้วยว่า สองคนนี้กำลังจะซื้ออะไร กำไรจะขายอะไร และมีแนวโน้มว่าจะทำอะไรกับสินค้าตัวไหน ข่าวเหล่านี้มักไม่ค่อยทำให้ผิดหวังครับ

ผมพิมพ์มาซะยาวเลย เด่วกลับไปดูพอร์ตก่อน เรามาดูพอร์ต 100 เหรียญที่เราได้ Sell มะกี้กันว่าเป็นยังไงบ้าง ตัวอย่างการเทรดทอง  ผลปรากฎว่า บวกมาแล้ว 0.74 เหรียญ หลังจาก Sell ไป  1 ชั่วโมง

หากเราเพิ่มทุนเป็น 1000 $  เพิ่ม Lot เป็น 0.1 เราก็จะได้ 7.4 $

หากเราเพิ่มทุนเป็น 10000 $ เพิ่ม Lot เป็น 1.0 เราก็จะได้ 74 $

จะน้อยจะมาก อยู่ที่จำนวนเงินและทักษะในการเทรดของแต่ละคนนะครับ

Risk Warming : การลงทุนในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ FOREX and CFDs มีความเสี่ยงสูง เพราะได้มีการเพิ่มอำนาจการเทรดโดยใช้ Leverage เข้ามาช่วย ทำให้เทรดเดอร์สามารถซื้อขายด้วย Volume ที่สูงขึ้นในจำนวนเงินทุนที่่น้อย ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจึงสูงตามมาด้วย เทรดเดอร์ควรทำความเข้าใจในเรื่องของ Leverage  ความสัมพันธ์ระหว่าง Leverage กับ Volume Lot  อย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจในการลงทุน

 

Visitors: 58,360