dar vas box

Darvas Box Theory ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในแนวคิดมีอิทธิพลต่อการพัฒนาสูตร CANSLIM ของ O’Neil เป็นอย่างมาก ในวันนี้เราจะมาทำการทดสอบกันดูว่าระบบการลงทุนที่สร้างจาก Darvas Box จะทรงประสิทธิภาพแค่ไหนในตลาดหุ้นไทยกันครับ!

Nicolas Darvas ผู้จุดกระแสการลงทุนเชิง Techno-Fundamental

โดยคุณ Nicolas Darvas นั้นเป็นนักลงทุนผู้บุกเบิกการลงทุนในสาย Techno-Fundamental หรือสายที่มีการใช้ปัจจัยทางเทคนิคและปัจจัยทางพื้นฐานผสมผสานกัน และด้วยวิธีการนี้ทำให้เขาประสบความสำเร็จอย่างมากในตลาดหุ้น คือสามารถสร้างพอร์ตมูลค่ากว่า 2 ล้านเหรียญสหรัฐจากเงินทุนเริ่มต้นไม่ถึงหนึ่งแสนเหรียญสหรัฐ โดย Nicolas Darvas ได้ถ่ายทอดแนวคิดการลงทุนของเขาลงบนหนังสือที่มีชื่อว่า “How I Made $2,000,000 in the Stock Market” ในปี 1960

ภาพที่ 1 : ภาพหนังสือ How I Made $2,000,000 In The Stock Market ของ Nicolas Darvas

โดยภายหลังที่แนวคิดการลงทุนของเขาที่ใช้ทั้งปัจจัยทางเทคนิคและปัจจัยพื้นฐานร่วมกันได้ถูกเผยแพร่ออกไปนั้น การลงทุนประเภท Techno-Fundamental จึงเริ่มเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมมากขึ้น และทำให้มีคนนำเอาแนวคิดการลงทุนของคุณ Nicolas Darvas ไปพัฒนาต่อยอดกันหลายสำนัก ซึ่งหนึ่งในผู้ที่ได้รับอิทธิผลจาก Darvas ก็คือ William J. O’Neil ผู้สร้างระบบการลงทุนชื่อดังก้องโลกอย่าง CANSLIM นั่นเอง

Darvas Box Theory แก่นการจับจังหวะซื้อขายหุ้นของ Darvas

หนังสือ How Can I Made $2,000,000 in the Stock Market นั้นได้รวบรวมแนวคิดการลงทุนและการคัดกรองหุ้นของ Darvas ทั้งการวิเคราะห์เชิงเทคนิคและองค์ประกอบด้านปัจจัยพื้นฐาน โดยสิ่งที่เป็นหัวใจหลักอย่างหนึ่งในการลงทุนของ Darvas คือ Darvas Box Theory หรือทฤษฎีกล่องเงินล้านที่เราจะพูดถึงและนำมาทดสอบกันในวันนี้นั่นเอง

ซึ่งทฤษฏีกล่องดาร์วาสนั้นเกิดจากการเฝ้าสังเกตพฤติกรรมการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นจากกราฟเทคนิค แต่เนื่องจากว่าการเคลื่ื่อนไหวของราคาหุ้นนั้นมีการเคลื่อนไหวขึ้นลงเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวัน ดังนั้นเพื่อให้ง่ายต่อการสังเกตพฤติกรรมของราคาหุ้น Darvas จึงได้สร้าง Darvas Box หรือกล่องดาร์วาสขึ้นมา เพื่อดูกรอบหรือระยะ (Range) ของการเคลื่อนไหวของราคาหุ้น

โดยในทฤษฏี Darvas Box Theory นั้นมีใจความว่า หุ้นมักจะเคลื่อนไหวอยู่ในบริเวณกรอบราคาใดราคาหนึ่งซึ่งสามารถสังเกตได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ดีหากพฤติกรรมราคาของหุ้นได้เบี่ยงเบนออกจากปกติคือ มีการเบรคทะลุกรอบในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง เช่น ปกติราคาหุ้นมีการซื้อขายอยู่ในช่วง 1 ถึง 1.2 บาท แล้วจู่ๆวันนึงราคาได้ทำการเบรคทะลุกรอบและไปเล่นบนกรอบที่สูงกว่าเดิม เช่น 1.2 – 1.4 บาท จะสังเกตได้ว่าหากพฤติกรรมหุ้นมีกล่องใหม่อยู่สูงกว่ากล่องเดิมนั้น หุ้นก็จะมีแนวโน้มที่จะขึ้นต่อไป อย่างไรก็ดีทฤษฎีกล่องดาร์วาสยังมีเทคนิคอยู่อีกเล็กน้อยซึ่งก็คือ การที่ราคาหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่นั้นต้องมาพร้อมกับปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มมากขึ้นด้วย

แนวคิดของ Darvas นี้มีอิทธิพลมาก จน Willian J O’Neil ได้นำแนวคิดนี้มาพัฒนาเป็นส่วนหนึ่งของระบบการลงทุนแบบ CANSLIM ในอักษรย่อตัว N หรือ New High นั่นเอง โดยในบทความชิ้นนี้เราจะมาพิสูจน์ให้เห็นถึงความมีประสิทธิภาพของทฤษฎีกล่องดาร์วาสให้เพื่อนๆได้เห็นกันนะครับว่า ทฤษฎีกล่องดาร์วาสที่ฟังดูแสนจะเรียบง่ายนั้นมีประสิทธิภาพถึงเพียงไหน

ตัวอย่าง Darvas Box หรือกล่องเงินล้านของ Darvas

เมื่อคุณลองสังเกตตัวอย่าง Darvas Box หรือเจ้ากล่องเงินล้านนี้จากภาพต่อไปนี้ แท้จริงแล้วคุณจะพบว่ามันก็คือกรอบแนวรับแนวต้านของราคาหุ้นนั่นเองครับ (แต่มีเงื่อนไขที่ชัดเจนตามที่ Darvas ได้ระบุไว้ในหนังสือ) โดยทางเราจึงเขียนโค้ดโปรแกรม Amibroker สำหรับการจำลองสร้าง Darvas Box ซึ่งทดลองกับดัชนี SET Index เพื่อเป็นกรณีศึกษาการทำงานของเจ้ากล่องเงินล้านนี้ครับ

SiamQuant-darvas-box-theory-researchภาพที่ 2 : ภาพตัวอย่างการยกตัวของกล่องเงินล้านดาร์วาสภายในโปรแกรม Amibroker

สำหรับภาพแรกจากภาพจะเห็นได้ว่าเมื่อไหร่ที่ราคาทำการเบรคทะลุกรอบทางด้านบนขึ้นไป สังเกตวันที่ราคาทำการเบรคได้จากลูกศรชี้ขึ้นสีเขียว ราคาก็มักจะมีแนวโน้มที่จะขึ้นต่อไปซื้อขายกันในราคาที่สูงกว่า อธิบายได้จากการที่ราคาได้มีการทำจุดสูงสุดใหม่เหนือจุดสูงสุดเดิมหรือ New High นั่นเอง

SiamQuant-darvas-box-theory-research-2ภาพที่ 3 : ภาพตัวอย่างการยกตัวของกล่องเงินล้านดาร์วาสภายในโปรแกรม Amibroker

และเนื่องจากแนวโน้มของราคาหุ้นไม่ได้มีเพียงทิศทางขึ้นเพียงทิศทางเดียว แต่ยังมีทิศทางหรือแนวโน้มขาลงด้วย ภาพนี้จึงแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของ Darvas Box ที่มีการปรับตัวลงจากกล่องเดิม เมื่อราคาหุ้นได้ทำจุดต่ำสุดใหม่หรือ New Low

  • Darvas Box Theory ถือเป็นแนวคิดที่มีอิทธิพลต่อนักลงทุนในวงกว้าง จนถูกนำไปพัฒนาต่อโดยนักลงทุนชั้นนำหลายๆคน โดยหนึ่งในนั้นก็คือ William J O’Neil ผู้คิดค้นสูตร CANSLIM นั่นเอง (N = New High)
  • หัวใจในการจับจังหวะเพื่อลงทุนของ Nicolas Darvas แท้จริงแล้วก็คือการลงทุนไปตามแนวโน้มใหญ่ด้วย Darvas Box ซึ่งทำให้ผลทดสอบกลยุทธ์ของเขามีลักษณะเป็น Mid-to-Long Term Trend Following Strategy

    ทฤษฎี DARVAS BOX คืออะไร

    ทฤษฎีกล่อง Darvas นั้นเป็นระบบที่มีแนวโน้มต่อไปนี้ แต่แตกต่างจากแนวโน้มอื่น ๆ ส่วนใหญ่ตามกลยุทธ์ทฤษฎีกล่อง Darvas ไม่คาดการณ์หรือคาดการณ์การเคลื่อนไหวของตลาด ในทางตรงกันข้ามมันตอบสนองต่อแนวโน้มของตลาดเท่านั้น

    มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่างสองแนวทางนี้ เมื่อคุณใช้ระบบการซื้อขายที่คาดการณ์การเคลื่อนไหวของตลาดมีโอกาสที่คุณจะผิดหรือถูก แต่คุณไม่ถูกต้องตลอดเวลา ดังที่คุณทราบตลาดไม่มีเหตุผล ดังนั้นจึงมีบางครั้งที่คุณพูดถูก แต่ก็มีหลายครั้งที่ตลาดจะพิสูจน์ว่าคุณผิด

    การใช้วิธีการซื้อขายแบบตอบโต้หมายความว่าคุณในฐานะผู้ค้าตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวของราคา โดยทั่วไปคุณอนุญาตให้ราคาทำในสิ่งที่ต้องการแล้วตามราคาที่คุณซื้อขายตามนั้น

    วิธีการทำงานของทฤษฎี Darvas Box คือเริ่มต้นด้วยการดูหุ้นที่มีปริมาณการซื้อขายสูง จากนั้น Darvas ก็วิเคราะห์หุ้นเหล่านี้และซื้อหุ้นเมื่อพวกเขาพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์

    กล่องที่ดาร์วาสดึงคือกล่อง ปลายบนสุดของกล่องคือเพดานสูงถึง 52 สัปดาห์ เมื่อราคาล้มเหลวในการทำลายจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์หลังจากการซื้อขายสามรอบซึ่งถือเป็นอันดับต้น ๆ ของกล่อง

    เมื่อราคาปรับตัวลงจากระดับสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ระดับต่ำสุดที่เกิดขึ้นก็กลายเป็นพื้นของกล่อง ดังนั้นกล่อง Darvas จะถูกวาด ติดตามสิ่งนี้ (หมายถึงหลังจากที่กล่อง Darvas ได้รับการวางแผน) Nicolas Darvas ได้ซื้อเมื่อราคาย้อนกลับไปสู่ระดับสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์จากนั้นก็ทะลุกรอบเหนือ

    อีกทางหนึ่งเขาจะสั้นลงเมื่อราคาหุ้นปรับตัวลงจากจุดต่ำสุดของกล่องเพราะมันบ่งชี้ว่าราคาไม่สามารถทะลุจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์และร่วงลงสู่พื้นแทน หุ้นเมื่อแตะระดับสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์มักจะได้รับแรงหนุนจากปริมาณและโมเมนตัมที่หนักหน่วง ดังนั้น Darvas จึงสามารถใช้ประโยชน์จากแรงผลักดันเพื่อผลประโยชน์ของเขาและสามารถเปลี่ยนเงิน 3,000 เหรียญเป็นล้าน

  • กฎทฤษฎี DARVAS BOX

    กฎการซื้อขายกับทฤษฎีกล่อง Darvas นั้นง่ายมากดังที่อธิบายไว้ด้านล่าง

    • มองหาหุ้นหรือหลักทรัพย์ที่สร้างจุดสูงสุด ใหม่ในรอบ 52 สัปดาห์
    • จากนั้นกรองหุ้นหรือหลักทรัพย์เหล่านี้ที่ปรับตัวลง จากระดับสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ติดต่อกันสามวัน
    • สูงสุด 52 สัปดาห์ใหม่เป็นอันดับต้น ๆ ของกล่อง ก่อนที่จะถึงจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ถือเป็นจุดต่ำสุด
    • หลังจากที่เกิดขึ้นต่ำ ราคาไม่ควรทำลายที่ต่ำเป็นเวลาอย่างน้อยสามวัน
    • ซื้อการทะลุกรอบกล่อง เช่น: การทำลายของหุ้นที่เกิดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ในรอบ 52 สัปดาห์
    • ขายถ้าการฝ่าวงล้อมอยู่ที่ด้านล่างของกล่อง

    โดยทั่วไปกล่อง Darvas จะทำหน้าที่เป็นแผนการซื้อขายของคุณและคุณจะซื้อหรือขายโดยอัตโนมัติ ในการทำสิ่งนี้ Darvas แนะนำให้ใช้คำสั่ง จำกัด อัตโนมัติ ตัวอย่างเช่นคุณต้องการวางคำสั่งซื้อเพื่อ จำกัด จุดสองสามจุดเหนือจุดฝ่าวงล้อมของกล่อง ขอแนะนำให้ตั้งค่าคำสั่งขายเพื่อจำกัดความสูญเสียของคุณหากมันต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดในกล่อง

    ดังนั้นเมื่อคุณตั้งค่าคำสั่งซื้อและขายอัตโนมัติคุณได้กำหนดความเสี่ยงไว้แล้ว สำหรับระดับเป้าหมายกล่อง Darvas รับตำแหน่งสิ้นสุดเปิด หมายความว่าเมื่อมีการฝ่าวงล้อมจากกล่อง Darvas คุณเพียงแค่วิเคราะห์หุ้น (ราคาและปริมาณ) ต่อไป

    ซึ่งจะส่งผลให้คุณวางแผนกล่อง Darvas อีกกล่อง (ด้านบนของกล่องก่อนหน้า) และทำการวิเคราะห์ตำแหน่งและตั้งค่าการหยุดอัตโนมัติและ จำกัด การสั่งซื้อต่อไป วิธีนี้คุณสามารถสร้างตำแหน่งของคุณในขณะที่ขี่แรง

    ด้านล่างเป็นตัวอย่างของแผนภูมิหุ้นอื่นที่ใช้กล่อง Darvas ตัวอย่างด้านล่างของกล่อง Darvas ขึ้นอยู่กับกฎที่ว่าหุ้นมีความสูง 52 สัปดาห์และย้อนกลับมาอีกครั้งสำหรับการซื้อขายอย่างน้อยสามครั้ง นอกจากนี้เรายังพิจารณาปัจจัยด้านปริมาณเช่นกัน

  •  {/ กิริยา}

    ทฤษฎี Darvas Box พร้อมกฎการซื้อขาย

    คุณจะสังเกตเห็นว่ากล่อง Darvas ไม่คาดการณ์การเปลี่ยนconvertformsราคา แต่ให้คุณตอบสนองต่อการเปลี่ยนconvertformsราคาเท่านั้น เมื่อโมเมนตัมแข็งแกร่งตลาดจะอนุญาตให้คุณทำกำไรจากพวกเขาเมื่อคุณวาดกล่อง Darvas ต่อไป

    เมื่อโมเมนตัมอ่อนตัวลงคุณสามารถคาดหวังว่าราคาจะกลับตัวและทำให้คุณถูกหยุด แต่ด้วยกำไรในมือของคุณ

    จากตัวกรองที่คุณใช้เพื่อสแกนหุ้นที่มีคุณสมบัติตรงตามทฤษฎีกล่อง Darvas คุณสามารถจัดการการซื้อขายได้หลายรายการพร้อมกัน อย่างไรก็ตามอย่ามัวหมองกับการสร้างตำแหน่งใหม่

    หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กำหนดความสามารถในการทำกำไรของวิธีการซื้อขาย Darvas คือการสร้างแรงผลักดันจากหุ้นที่คุณซื้อขายอยู่แล้ว สิ่งนี้จะช่วยให้คุณมีโอกาสจัดการความเสี่ยงของคุณได้ดีขึ้นในขณะที่ทำกำไรจากโมเมนตัมของหุ้น

  • กล่อง DARVAS ทำงานในตลาดฟอเร็กซ์หรือไม่?

    มีตัวบ่งชี้ Darvas แบบกำหนดเองที่ออกแบบมาสำหรับตลาด forex คุณจะพบกับตัวบ่งชี้กล่อง Darvas มากมายสำหรับแพลตฟอร์ม MT4 แต่มีข้อบกพร่องพื้นฐานในการใช้กลยุทธ์นี้

    หากคุณสังเกตอย่างถี่ถ้วน Darvas ได้สร้างระบบการซื้อขายของเขาเพื่อทำงานกับตลาดหุ้น มีการเน้นเรื่องพื้นฐานของหุ้นเช่นปริมาณและจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์

    ในขณะที่เสียงสูง 52 สัปดาห์เป็นสิ่งที่สามารถมองเห็นได้แม้ในตลาดสกุลเงินแล้วคำถามของปริมาณ ตลาด Forex มีการซื้อขายที่เคาน์เตอร์ ดังนั้นจึงไม่มีวิธีที่ถูกต้องในการดูปริมาณจริง ปริมาณที่คุณเห็นบนแพลตฟอร์มการซื้อขาย MT4 มาตรฐานนั้นไม่ได้มี แต่ปริมาณจากภายในกลุ่มสภาพคล่องของนายหน้า

    ไม่มีการบอกปริมาณจริงในตลาด forex ดังนั้นการขาดพารามิเตอร์พื้นฐานนี้จะยกเลิกข้อดีของการใช้กล่อง Darvas ทันที

    ในทางกลับกันโมเมนตัมเป็นคุณสมบัติทั่วไปเมื่อพูดถึงตลาดฟอเร็กซ์ แต่อีกครั้งการขาดปริมาณทำให้ forex เป็นตัวเลือกที่ไม่ดีของตลาดในการนำทฤษฎีกล่อง Darvas มาใช้

    ด้วยความจริงที่ว่าผู้ค้ามักจะหลงใหลในระบบการซื้อขายที่พิสูจน์แล้วว่าทำให้ใครบางคนร่ำรวยไม่มีความขาดแคลนในระบบการซื้อขาย Darvas ที่ได้รับการแก้ไขจนถึงจุดที่กฎการซื้อขายแตกต่างอย่างมากจากกล่อง Darvas ดั้งเดิม ทฤษฎีการซื้อขาย

Visitors: 63,184